เริ่มเข้าสู่หน้าฝน ฤดูแห่งความชุ่มฉ่ำ ของสายฝนที่ตกลงมากระทบกับพื้นดิน จะมีกลิ่นดินหอมๆโชยมาแตะจมูกกับหยดน้ำบนยอดหญ้า จังหวัดที่อดคิดถึงไม่ได้คือนครนายก เป็นเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักขับรถเพียง 1-2 ชั่วโมงนิดๆ เป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงไหล ให้ความรู้ของบรรยากาศที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติให้ร่างกายได้สูดออกซิเจนได้อย่างเต็มปอด

เริ่มต้นทริปการเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครนายกมุ่งหน้าสู่เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นเขื่อนขนาดใหญ่มากจุน้ำได้กว่า 224 ลูกบาศก์เมตร ว่ากันว่าเขื่อนขุนด่านปราการชลมีประวัติความเป็นมาเพื่อยกย่องเชิดชูวีรกรรมของขุนหาญพิทักษ์ไรพวัน หรือที่รู้จักกันในชื่อขุนด่าน ซึ่งท่านเป็นยอดวีรชนของของชาวนครนายกตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาโน่น ปัจจุบันเขื่อนแห่งนี้เป็นหลักกักเก็บน้ำที่สำคัญที่รองรับน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำให้บริเวณสันเขื่อนเป็นจุดไฮไลท์ที่สามารถมองเห็นวิวสวยๆจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้อีกด้วย แล้วยังมีจุดชมวิวเมืองนครนายกบริเวณหลังเขื่อนได้อีก ความสวยให้สามดาวกันเลย

เขื่อนขุนด่านปราการชล
รูปภาพจาก www.youtube.com

แวะไปเที่ยวชมความงามกันที่สันเขื่อนกันแล้ว ขับรถต่อไปสักนิดเพื่อแวะสถานที่สำคัญที่ต้องแวะไปเคารพสักการะสักหน่อยก็คือ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพสักการะของชาวนครนายกเป็นอย่างมาก ประวัติของศาลเจ้าพ่อขุนด่านคือ ท่านเป็นนายด่านเมืองนครนายกสมัยกรุงศรี ซึ่งท่านเป็นบุคคลสำคัญที่ป้องกันการรุกรานของประเทศเขมร โดยท่านได้รวบรวมผู้คนไปตั้งหลักที่เขาชะโงก แล้วจึงยกทัพกลับมาไล่กองทัพเขมรให้แตกพ่าย นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าด้วยว่าเมื่อสมัยงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นนำทัพมาตั้งหลักที่เขาชะโงก แล้วกลุ่มทหารญี่ปุ่นได้มาทำการรื้อศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ได้เกิดอภินิหาร ทำให้กลุ่มทหารญี่ปุ่นล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องอิทธิฤทธ์และปาฎิหารย์ที่เล่าสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น และยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของชาวนครนายกรวมถึงนักท่องเที่ยวเสมอมา

ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน
รูปภาพจาก ooichill.com

ก่อนจะเดินทางกันไปต่อ แวะเติมพลังกันให้เต็มที่กับอาหารอร่อยๆที่ครัวป่ามะขาม เป็นร้านอาหารที่มีความฟินตรงที่กินอาหารไปแช่น้ำไป แค่คิดก็ฟินแล้ว ร้านอาหารจะตั้งอยู่ติดกับบริเวณลำธาร มีน้ำไหลผ่าน ร้านจะแบ่งเป็น 2 โซนคือ โซนร้านอาหารด้านบนดูภายนอกจะเหมือนกับร้านอาหารริมทางทั่วๆไป แต่บริเวณริมลำธาร เค้าจะตั้งแคร่พร้อมเก้าอี้ลงไปบริเวณลำธาร ไปที่นี่ต้องพกน้องแตะคู่ใจไปจะได้พร้อมเปียกเย็นๆ เอาเท้าจุ่มน้ำเบาๆ พร้อมกับสั่งอาหารและเครื่องดื่ม ระหว่างรออาหารรู้สึกฟินไปกับบรรยากาศจนลืมเรื่องรออาหารกันไปเลยทีเดียว ยิ่งพออาหารมาถึงตรงหน้า กลิ่นหอมๆกับรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ พร้อมเครื่องดื่มๆเย็นๆ ยิ่งเสริมบรรยากาศให้ดีสุดๆไปเลย เผลอนั่งกันจนลืมเวลา รู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวจัง

อิ่มท้องแล้วก่อนจะเผลอผลอยหลับไปกลางร้าน ไปผจญภัยเติมความสดชื่นกันต่อที่น้ำตกสาลิกาขับรถไปต่อจากร้านไม่ไกลกันมากนัก น้ำตกสาริกาเป็นอีกน้ำตกที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครนายก จ่ายค่าเข้ากันก่อนนะอัตราค่าบริการของผู้ใหญ่แค่ 20 บาทเอกง สำหรับเด็ก 10 บาทน้ำตกสาริกามีทั้งหมด 9 ชั้นด้วยกัน ผาที่สูงที่สุดมีความสูงประมาณ 200 เมตร แต่ละชั้นของน้ำตกจะมีชั้นหินธรรมชาติ และมีแอ่งน้ำที่สามารถแวะลงไปเล่นน้ำพร้อมเช่าห่วงยางลอยคอเพลินๆ นอกจากแวะเล่นน้ำแล้ว บรรยากาศบริเวณรอบๆที่ค่อนข้างชะอุ่มและอุดมสมบูรณ์ ยิ่งทำให้บรรยากาศการพักผ่อนที่ชิลได้อีก นี่แหละถึงบอกว่านครนายกที่เที่ยวสำหรับหน้าฝนชุ่มฉ่ำ

น้ำตกสาริกา
รูปภาพจาก tiewplearn.com

มาเที่ยวแนวป่าเขาและน้ำตกมาต่อกันที่สาริกา แอดเวนเจอร์ พอยท์ อีกบริการด้านการท่องเที่ยวแนวผจญภัยเพิ่มความสนุกและท้าทายให้กับทริปนี้กันอีกสักหน่อย สำหรับสาริกา แอดเวนเจอร์ พอยท์ มีบริการหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมล่อมแก่งแม่น้ำนครนายกด้วยเรือยาง หนึ่งลำสามารถบรรจุคนนั่งได้ถึง 8 คน ตกราคาเหมาลำ ลำละ 1,500 บาท ซึ่งยังมีกิจกรรมเสริมที่เรียกว่าล่องแก่งแรลลี่ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการล่องแก่งให้สมันส์มากขึ้น สำหรับล่องแก่งแรลลี่จะตกราคาค่าธรรมเนียมคนละ 350 บาท (เหมาะสำหรับกันไปเป็นหมู่คณะ คนเยอะๆจะมันส์มาก)  กิจกรรมพายเรือคายัค เบาๆสบายๆ ตกราคาคนละ 500 บาท (เป็นกิจกรรมเหมาะสำหรับคนมีคู่ได้มุ้งมิ้งกันไป) ศูนย์ผจญภัยเขาหล่น เป็นกิจกรรมโรยตัวจากหน้าผา (ของจริงนะ ไม่จำลองจร้า) สนนราคา 350 บาท/คน (ให้เวลา 3 ชั่วโมง) กิจกรรมด่านเชือก มีทั้งหมด 10 ฐาน (อันนี้เป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับเป็นหมู่คณะเช่นกัน เพราะเค้ารับตั้งแต่ 30 คน ขึ้น คนน้อยเรยอดไปก่อนสินะ เศร้าแพร้บ) กิจกรรมนี้ราคา 450 บาท/คน (ให้เวลา3 ชั่วโมงเหมือนกันจร้า)  นอกจากนี้ก็จะมีพวกรถ ATV วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร และกิจกรรมเพนท์บอล สนนราคา 450 บาท/กระสุน 30 นัด/คน สาริกา แอดแวนเจอร์พอยท์จัดเป็นแหล่งรวมกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์สำหรับคนชอบลุยๆให้ได้ออกกำลังเรียกเหงื่อและความสนุกในวันหยุดได้มันส์มาก

สาริกา แอดเวนเจอร์ พอยท์
รูปภาพจาก tiewplearn.com

เหนื่อยมาทั้งวันแต่เต็มไปด้วยความสนุกและความมันส์ตลอดทริป ทั้งอาหาร กิจกรรมและความบันเทิงแนวธรรมชาติที่จัดเต็มในหน้าฝนแบบนี้ ก่อนจะเดินทางกลับแวะกราบสักการะ

หลวงพ่อปากแดง
รูปภาพจาก nakhonnayok.go.th

ซึ่งเป็นองค์พระศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองนครนายก ที่เรียกกันว่าหลวงพ่อปากแดงเนื่องจากปากหลวงพ่อจะมีสีแดงสด เหมือนทาลิปติก เชื่อกันว่าองค์หลวงพ่อปากแดงเป็นพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาประดิษฐานจากนครเวียงจันทร์ ซึ่งองค์หลวงพ่อเป็นงานศิลปะสมัยล้านช้าง ห่มจีวรมีลวดลายทรงดอกพิกุล หลังกราบสักการะแล้วพร้อมเดิมทางกลับซึ่งระหว่างทางยังมีผลไม้ขึ้นชื่อของให้แวะซื้อกินเติมพลังระหว่างทางอีกด้วย ยิ่งช่วงเดือน มีนาคมเป็นต้นไป เป็นช่วงฤดูของมะยงชิด ลูกใหญ่หวานอร่อย จะเห็นร้านรวงตามข้างทางวางขายเยอะแยะมากมาย บางร้านเอามะยงชิดมาทำเป็นเมนูสมูทตี้ อร่อยดับกระหายได้ดีเยี่ยม และบางร้านเอามาแปรรูปเป็นมะยงชิดลอยแก้วก็อร่อยไปอีกแบบ เป็นทริปสุดฟิน สุดมันส์ และอิ่มทั้งอาหารคาวและผลไม้ขึ้นชื่อ มันเป็นที่สุดของที่สุดจริงๆ ยกนิ้วให้เลยการเที่ยวนครนายก 1 วัน ถึงช่วงนี้มะยงชิดอาจจะหมดหน้า แต่น้อยหน่าก็เริ่มมาแล้วนะ

 

ขอบคุณรูปภาพ feature image www.youtube.com