เที่ยวแบบสโลไลพ์ ทำให้โลกเดินช้าลงด้วยมนต์เสน่ห์เมืองเหนือ ที่เมืองแพร่ พูดถึงเมืองเหนือ แพร่เป็นอีกจังหวัดที่เริ่มเป็นที่สนใจ เมืองเล็กแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และบรรยกาศแบบพื้นเมืองดูแลแขกแบบเป็นกันเองตามแบบฉบับของชาวเหนือ แค่ไปเยือนเพียงครั้งเดียวทำให้รู้สึกตกหลุมรักเมืองเล็กๆที่แสนอบอุ่นของเมืองนี้อย่างบอกไม่ถูก จนไม่อยากจะจากไปไหน

ถึงแม้จะมีคนพูดมักพูดกันติดปากว่า เมืองแป้ (แพร่) แห่ระเบิด บางส่วนอาจมีการเล่าที่เรื่องที่มาเชิงตลกขบขันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งอาจจจจะดูเหมือนเป็นการล้อเลียนไปสักหน่อย ว่ามีระเบิดตกลงมาจากฟ้า แล้วชาวบ้านไม่รู้จัก็เอาไปแห่รอบเมืองจนเกิดระเบิด แต่ในการศึกษาเชิงข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ก็ได้มีการพูดถึงความเป็นไปเป็นมาของวลีที่ว่า “เมืองแพร่ แห่ระเบิด” ไว้ที่แตกต่างไปจากเรื่องเล่าที่ออกแนวล้อเลียนในอีกมุม ว่ามีคนค้นพบระเบิดแต่เป็นระเบิดแล้วได้ทำการปลดชะนวนระเบิด ต่อมาได้นะเอาระเบิดมาตัดหัวออกเพื่อมาทำเป็นระฆังแล้วถวายให้กับวัด ซึ่งตามหลักฐานก็มีระฆังลักษณะดังกล่าวอยู่จริง ดังนั้นจึงยังไม่อาจพิสูจน์ได้แน่ชัดถึงความเป็นมาของวลี “แพร่แห่ ระเบิด”

วัดพระธาตุอินแขวน
รูปภาพจาก tourtooktee.com

เที่ยวแพร่ 1 วัน เริ่มต้นทริปเมืองเล็กๆแห่งนี้  ด้วยวัดขึ้นชื่อพร้อมกับบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ที่วัดพระธาตุอินแขวน ที่แพร่ ซึ่งได้จำลองวัดพระธาตุอินแขวนที่ประเทศพม่ามาไว้ที่ไทย (สำหรับผู้เกิดปีจอ หรือปีสุนัข ถ้ายังไม่มีโอกาสได้ไปสักการะของจริงที่พม่า แวะมาที่แพร่กันก่อนนะ) และยังมีพระผุดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะมองเห็นเป็นองค์สีเหลืองทองเด่นชัดมาก วัดพระธาตุแห่งนี้จะตั้งอยู่บนเขา อากาศดีมากๆทำให้เราได้สูดออกกาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด และบริเวณใกล้กับวัดพระธาตุยังมีน้ำตกเล็กๆ และมีหมู่บ้าน ร้านรวงของชาวบ้านให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของชาวบ้านในอีกมุมหนึ่ง

วนอุทยานแพะเมืองผี
รูปภาพจาก dekguide.com

ออกมานอกเมืองกันมาแล้วแวะมาอีกสถานที่ขึ้นชื่อของเมืองแพร่ที่ควรเข้าไปเห็นสักครั้งก็คือแพะเมืองผี เป็นพื้นที่มีลักษณะเป็นดินและหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติจนมีรูปร่างลักษณะต่างๆ เช่นดูเป็นหน้าผา เสาดินลักษณะต่างๆ ซึ่งได้มีเรื่องเล่าความเป็นมาถึงตำนานความเป็นมาของแพะเมืองผี ซึ่งชาวแพร่เรียกว่า แพะ แต่แพะในที่นี่ไม่ได้หมายถึงสัตว์น้า ในความหมายของชาวแพร่คือ ป่าละเมาะหรือป่าแพะ ส่วนเมืองผี ก็หมายถึงความเงียบเหงา ปัจจุบันแพะเมืองผีได้ถูกประกาศให้เป็นวนอุทยานเรียบร้อยแล้ว พื้นที่ค่อนข้างกว่างมากกว่า 167 ไร่แหนะ ทางอุทยานได้จัดทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติเชิงธรณีวิทยา เสาดินที่ถูกกัดเซาะจะมีรูปร่างหน้าตาแปลกแตกต่างกันออกไปในแต่ละจุด บางอันก็เป็นเหมือนจอมปลวก บางอันก็มีลักษณะเป็นโพรง คล้ายถ้ำ ดูแล้วสวยแปลกตามาก ธรรมชาตินี่ไม่ธรรมดาจริง ธรรมชาติเป็นเหมือนจิตรกรที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สวย แปลกตา มีลักษณะเฉพาะให้กับโลกเราหลายต่อหลายอย่าง

วัดพระธาตุช่อแฮ
รูปภาพจาก somzanilayasonta.wordpress.com

ต้องไปม่ลืมที่จะไปสักการะวัดพระธาตุช่อแฮ ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวแพร่ และเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุช่อแฮ (พระธาตุช่อแฮ ยังเป็นวัดที่เหมาะสำหรับคนเกิดปีขาลหรือปีเสือ มากราบสักการะเพื่อเป็นศิริมงคลประจำปีเกิดด้วยนะ) นอกจากนี้ภายในวัดพระธาตุช่อแฮ ก็เป็นที่ประดิษฐานขององค์หลวงพ่อทัน โดยทางวัดได้นำท่านประดิษฐานไว้ที่บริเวณด้านหลังขององค์พระธาตุ ให้ผู้คนได้กราบขอพร ในบริเวณวัดเองจะมีพื้นที่ให้ได้เดินดูสถาปัตยกรรมศิลปที่สวยงามผ่านสิ่งก่อสร้างและภาพเขียนต่างๆที่อยู่ในวัด ให้ความรู้สึกสงบและร่มเย็นๆมาก แถมหลังวัดมีร้านให้ช้อปปิ้งเล็กๆอยู่ด้วย เป็นร้านสินค้า OTOP พวกหมูทุบ น้ำพริก เป็นสินค้าขึ้นชื่อของเค้ากันเลย แถมอร่อยด้วย

ผ้าม่อฮ่อม เมืองแพร่
รูปภาพจาก http://www.sentangsedtee.com

มาเมืองแพร่ทั้งทีสินค้าขึ้นชื่อของเมืองแพร่คือผ้าม่อฮ่อม เป็นการย้อมแบบธรรมชาติ เสื้อผ้าม่อฮ่อมเป็นเสื้อผ้าที่เป็นที่นิยมของคนเหนือในสมัยก่อน บางร้านนอกจากจะขายเสื้อผ้าม่อฮ่อมแล้วยังมีให้นักท่องเที่ยวได้ทำลองทำผ้าม่อฮ่อมด้วยนะ ขึ้นอยู่กับเทคนิคทางการขายของแต่ละร้าน ไหนก็มาแล้วแวะซื้อติดไม้ติดมือเป็นที่ระลึกสักตัว นอกจากเสื้อผ้าม่อฮ่อมแล้ว เฟอร์นิเจอร์หรืองานไม้สักยังเป็นของขึ้นชื่อของเมืองแพร่ให้เลือกสรรอีกด้วย และไม้สักยังเป็นไม้ส่งออกที่สำคัญของเมืองแพร่อีกด้วย

มาต่อกันที่คุ้มเจ้าหลวง บ้านวงศ์บุรี ซึ่งมีอายุประมาณ 112 ปี ซึ่งแต่เดิมคือบ้านของพระเจ้าพิริยะเทพวงศ์ เป็นเจ้าครองนครแพร่องค์สุดท้าย และบ้านวงศ์บุรีบ้านของแม่เจ้าบัวถา ชายาองค์แรกของเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์เป็นตึกสีชมพูหวาน (บ้านหลังนี้ยังเคยเป็นฉากถ่ายละครมาก่อนด้วยนะ) ลักษณะของบ้านหรือคุ้มทั้งสองมีการสร้างตามแบบสมัยรัชกาลที่ 5 ให้ความรู้สึกแบบย้อนไปสมัยโบราณ ตัวคุ้มหลวงยังคงเก็บรักษาสภาพไว้เป็นอย่างดี แล้วได้นำมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดแพร่ ได้อย่างทรงคุณค่า สวยมากๆ ใครได้แวะมาเที่ยวจะไม่เสียใจเลยที่แวะมาที่นี่ แถมยังได้เก็บภาพประทับใจที่จะลืมที่นี่กันไม่ลง

บ้านวงศ์บุรี
รูปจากจาก chiangraiairportthai.com

ต่อกันด้วยตลาดกองก่อง (แต่ที่นี่เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์นะ ถ้าไปวันธรรมดาอาจพลาดที่นี่ไปได้) เป็นแนวถนนคนเดิน Walking Street สไตล์เมืองแพร่ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมจำหน่านสินค้าเก๋ๆ สินค้าแฮนด์เมดของชาวแพร่ ภายในตลาดมีของให้เลือกซื้อมากมาย น่ารักๆมาก แถมบรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวแพร่ยังมีอัธยาศัยไมตรีที่ดี ยิ้มหวานต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเราได้อย่างอบอุ่นมากๆๆ ในตลาดค่อนข้างจะให้อารมณ์แบบย้อนยุคนะ

เที่ยวแพร่ 1 วัน สโลไลฟในเมืองเล็กๆที่แสนอบอุ่น เมืองที่ทำให้ตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น

ขอบคุณรูปภาพ feature image tourtooktee.com