กาญจนบุรี “แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก”  ทำให้คิดถึงแผนท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ป่าเขา สายน้ำ และป่าไม้ อีกจังหวัดที่คิดถึงก็คือกาญจนบุรี เมืองแห่งแม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย ยังเป็นแหล่งบ่อพลอยขึ้นชื่อ และนอกจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแล้ว กาญจนบุรียังเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างถ้าหากมีเวลาสักหน่อยจะไม่พลาดที่จะนอนแพฟังเสียงสายน้ำไหลผ่านสักคืน แถมตอนนี้สังขละบุรีเมืองแห่งสัมพันธ์ภาพไทย-มอญกำลังที่สถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมในขณะนี้อีกด้วย แต่คราวนี้มาจัดทริปเบาเที่ยวที่กาญจนบุรี 1 วัน

น้ำตกเอราวัณ
รูปภาพจาก thaipocket.com

เริ่มต้นการเดินทางออกไปนอกเมืองกันก่อน เพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ นั่งรถมองดูต้นไม้สีเขียวรายล้อมสองข้างทาง ยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมือนมาชาร์ตพลังให้กับร่างกายใหม่จาก สลัดความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ปลิดทิ้ง มุ่งหน้าไปสู่น้ำตกเอราวัณ แต่ระหว่างทางมันก็มีสถานที่ให้แวะเที่ยวเก็บภาพบรรยากาศสวยๆตามทางอยู่  จุดแรกที่ต้องไม่พลาดที่จะแวะคือ ทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำกระแซะ เป็นเส้นทางรถไฟที่เกิดจากการที่เชลยจำนวนมากถูกเกณฑ์มาเพื่อสร้างทางรถไฟแห่งนี้ จนเป็นคำพูดเปรียบเปรยว่า “หากนับหมอนหนุนรางรถไฟมีเท่าไหร่ จำนวนผู้คน-เชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟสายนี้ก็ตายไปเท่านั้น” ดูมีความขลังและเต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ เส้นทางดังกล่าวเป็นทางรถไฟทอดยาวสุดตา เลียบไปกับหน้าผาชัน ซึ่งทางการรถไฟก็ได้มีการเปิดเป็นเส้นทางรถไฟให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมบรรยากาศผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ด้วย

แต่ก่อนจะไปถึงเป้าหมายน้ำตกของเรา ขอแวะมาสักการะพระพุทธรูปของวัดขึ้นชื่อของกาญจนบุรี คือ วัดถ้ำเสือ ที่วัดแห่งนี้เองได้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีอีกด้วย สำหรับตรงองค์พระถูกประดับด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ จะเห็นเป็นองค์พระขนาดใหญ่และเด่นมากด้วยองค์สีทองอร่าม บริเวณด้านบนของวัดแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวสวยๆ พร้อมกับสายลมเย็นๆทอดผ่านให้สดชื่น จุดที่เรายืนดูวิวอยู่ถ้ามองออกไปด้านหลังองค์พระประธานจะเห็นเป็นทุ่งนาสีเขียวชอุ่ม ดูสบายตาสุดๆไปเลย เป็นอีกจุดที่ประทับใจ แถมได้ขอพรจากองค์พระประฐานที่ศักดิ์สิทธิ์ อิ่มทั้งบุญและอิ่มทั้งตามากมาย

วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี
รูปภาพจาก thailovetrip.com

มุ่งหน้ามาถึงแล้วน้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และเป็นน้ำตกขึ้นชื่อของจังหวัดกาญจนบุรีแหละ บอกได้คำเดียวว่าเป็นน้ำตกที่สวยมากๆ แต่ก่อนจะไปเล่นน้ำสนุกๆ ก่อนเข้าบริเวณน้ำตกมีบริการร้านอาหารแต่ทำเหมือนเป็นฟูดคอร์ทเลย ซึ่งมีทั้งอาหารตามสั่ง ส้มตำ ไก่ย่าง และเครื่องดื่มให้เลือกสรร จะนั่งทานให้เรียบร้อยก่อนก็ได้หรือว่าจะซื้อขึ้นไปทานก็ได้ บริเวณน้ำตกเจ้าหน้าที่เค้าจัดพื้นที่ไว้ให้ได้นั่งรับประทานอาหารท่ามกลางน้ำเสียงน้ำตกไหลผ่าน แต่ว่าแค่พื้นเดียวเท่านั้นนะคะ แล้วต้องรักษาความสะอาดด้วย ในส่วนตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไปและชั้นอื่นๆที่สูงขึ้นไปทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำอาหารขึ้นไปทานจร้า ทำให้รักษาความสวยงามของน้ำตกได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว น้ำตกเอราวัณจะมีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน บางชั้นจะเป็นลักษณะเหมือนแอ่งน้ำ โขดหินให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆได้ลงไปเล่นแหวกว่ายในน้ำเย็นๆอย่างสนุกสนาน แล้วน้ำตกจะมีสีฟ้าใสมาก ดูสวยไปอีกแบบ แต่ว่าในน้ำไม่ได้มีแค่เราลงไปว่ายนะ จะมีน้องปลา เค้าชื่อปลาพลวงตัวเบ้อเริ่มอาศัยอยู่ตามน้ำตกแต่ละชั้นด้วย ตัวใหญ่มากจริงๆบอกเลย ชอบว่ายเข้ามาตอดขาด้วย จักกระจี้อ่ะ

น้ำตกเอราวัณ
รูปภาพจาก thailovetrip.com

กินอิ่มเล่นน้ำกันจนเป็นที่พอใจ เที่ยวกาญจนทั้งที่ขอแวะเข้าไปชมบรรยากาศในเมืองกันมั่ง ของขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของเมืองกาญจนก็คือพลอยเมืองกาญจน ซึ่งจะมีตลาดพลอยเป็นตลาดรวมร้านค้าขายพลอยจำนวนมาก จะมีทั้งที่ขายเม็ดพลอยแบบต่างๆ รวมถึงร้านที่ขายเครื่องประดับมีทั้งแหวน สร้อยคอ ต่างหูต่างๆเหล่านี้โดยมีพวกพลอยประดับเป็นตัวชูโรง ตลาดมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีร้านค้าเยอะมากๆ สำหรับสาวๆที่ชอบเครื่องประดับจะมีความสุขมากในตลาดแห่งนี้ เครื่องประดับมีหลายแบบหลายสไตล์ ส่วนมากอาจจะเน้นแนวไปเดิมๆหรือสมัยเก่าหน่อย แต่ก็มีแบบให้เลือกมากอยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร้านกับแบบนะคะ แต่ก็มีแบบให้เลือกซื้อเลือกชมเพียบคะ ที่สำคัญต้องดูพลอยเป็นด้วยคะ ทั้งนี้ใกล้ๆกับตลาดก็จะมีจุดท่องเที่ยวเส้นทางรถไฟเก่าข้ามแม่น้ำ เป็นอีกมุมที่ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพสวยๆเป็นที่ระลึกอีกมุมของเมืองกาญจนด้วยคะ

ตลาดพลอย กาญจนบุรี
รูปภาพจาก n2trip.com

ไหนๆก็มาแล้วมาต่ออีกสักนิดก่อนจบทริปการเดินทาง มาที่ถนนเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศแบบเก่าๆ ตึกเก่าๆมันให้อารมณ์เหมือนย้อนเข้าไปในอดีต ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนที่มีอาคารบ้านเรือนอายุเกินกว่า 100 ปีตั้งอยู่ แต่เดิมถนนเส้นนี้มีชื่อเรียกเป็นภาษาจีนว่า “ปากเผ็ก” แล้วแผลงมาจนเป็นชื่อถนนปากแพรก สำหรับถนนเส้นนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณสมัยรัชกาลที่ 4 อาคารที่ตั้งอยู่เรียงรายบนถนนเส้นนี้จะมีทั้งอาคารไม้ และอาคารปูนซึ่งเป็นถนนสายการค้าในอดีต ในขณะที่เดินไปตามถนนสายนี้เค้าจะทำป้ายเล่าถึงประวัติความเป็นมาในแต่ละจุดเอาไว้ให้ด้วย ช่วยให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้ความรู้รอบตัวใหม่ๆเพิ่มขึ้นด้วย บ้านเรือนยังคงรักษาสภาพอาคารได้เป็นอย่างดี อาคารบางหลังก็ได้มีการปรับปรุงอาคารให้ดีขึ้น แต่ยังคงโครงสร้างและรูปแบบตึกเดิมเอาไว้ ดูแล้วเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของถนนสายนี้ ที่คนในชุมชนยังคงสืบสานต่อกันเรื่อยมา

ถนนปากแพรก กาญจนบุรี
รูปภาพจาก thailandexhibition.com

เที่ยวกาญจนบุรีจัดได้ว่าได้ครบทุกอรรถรส ทั้งการท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาตร์ และการท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิต ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวเป็นอย่างดี  ยิ่งถ้ามีเวลาอีกหน่อยแวะล่องแพ นอนดื่มด่ำฟังเสียงธรรมชาติ เหมือนกับหยุดเวลาเอาไว้ให้ช้าลง ไว้ที่กาญจนบุรี

ขอบคุณรูปภาพ feature image จาก thaipocket.com