วันหยุดสุดสัปดาห์ อยู่ๆผมก็นึกเฮี้ยนอยากไปเที่ยวจันทบุรีใน 1 วัน ขึ้นมาดื้อๆ คงเป็นเพราะอยู่ไม่ไกลจากชลบุรี แถมดูรีวิวในเน็ตก็น่าเที่ยวดี เลยตัดสินใจคืนวันศุกร์ว่าจะไปเที่ยวซะหน่อย

ในบทความนี้จะเป็นการบอกถึงระยะทางและเวลาแบบ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง และไม่รวมเวลาที่ใช้ในเที่ยวในแต่ละที่นะครับ ไม่รวมเวลาทานข้าวด้วย เพราะผมทานของง่ายๆ กลัวเวลาจะไม่พอ

ว่าแล้วก็ออกเดินทางจากตัวเมืองชลบุรีตอนหกโมงเช้า สู่จุดหมายแรกคือ

  1. วัดไผ่ล้อม (พระอารามหลวง) อยู่บนถนนตรีรัตน์ ทางซ้ายของแม่น้ำจันทบุรี ใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมง 45นาที

วัดไผ่ล้อม เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองจันทบุรีอายุกว่า 200 ปี สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่เหลืออยู่ภายในวัด เป็นของเก่าอายุเกือบร้อยปีเช่น กุฏิพระและศาลาการเปรียญ พระอุโบสถหลังเก่าในสมัยรัชกาลที่ 3 มีภาพจิตกรรมฝาผนังเขียนภาพเต็มผนัง ภายในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสีหไสยาสน์ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และถือว่าเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ยาว ๙ วา ๙ นิ้ว (องค์ใหญ่มากกก)

วัดไผ่ล้อม (พระอารามหลวง)
รูปภาพจาก thaimaptravel.com
  1. อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลจันทบุรี อยู่ที่ตำบล จันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี ใช้เวลาประมาณ 5นาที

เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาธอลิก มีลักษณะตามศิลปะแบบโกธิก  คือมีโบสถ์ใหญ่มีหอสูงที่ประดับไม้กางเขนบนยอด ประดับด้วยกระจกสเตนกลาส หรือกระจกสีต่างๆแต่ละชิ้นมาเรียงต่อกันเป็นภาพสี เป็นเรื่องราวประวัติของพระเยซูคริสต์ ภายในบริเวณวัดมี พิพิธภัณฑ์ศาสนา จัดแสดงเครื่องใช้สำคัญๆ ทางพิธีศาสนาของคริสต์ มีรูปปั้นแม่ชีเทเรซา ไม้กางเขนขนาดใหญ่ ที่มีรูปเหตุการณ์สำคัญของศาสนาเรียงกันในพื้นที่ของกางเขน

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลจันทบุรี
รูปภาพจาก travelkanuman.com

วิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล (แปลว่าพระนางมารีย์ผู้ได้รับการยกเว้นจากบาปกำเนิด)

มีรูปปั้นพระนางมารีอาอยู่ในซุ้ม ข้างในจะเป็นบริเวณประกอบพิธีทางศาสนา ที่เคยเห็นในหนังเป็นม้านั่งยาวๆเรียงกันนั่นแหละครับ ถ้ามีบาทหลวงกับวงดนตรีด้วยนี่จะครบเครื่องเลย

  1. วัดมังกรบุปผาราม (เล่งฮั่วยี่) ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท อยู่ใกล้ทางเข้าน้ำตกพลิ้ว ใช้เวลาประมาณ 35นาที

เป็นวัดจีน  ชื่อ”เล่งฮั่วยี่” มีความหมายคือ เล่ง แปลว่ามังกร ฮั่ว แปลว่า ดอกไม้ ยี่แปลว่าวัด สร้างขึ้นตามความเชื่อในเรื่องมังกรจีนที่ว่า มังกรจะประกอบด้วยส่วนหัว ส่วนตัว(หรือท้อง) และส่วนหาง ดังนั้น ก็เลยมีการจัดสร้างวัดขึ้น 3 วัดคือ

– วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) อยู่ที่กรุงเทพมหานคร เป็นส่วนหัวของมังกร
– วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) อยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นส่วนท้องมังกร
– วัดมังกรบุปผาราม (เล่งฮั่วยี่) อยู่ในจังหวัดจันทบุรี เป็นส่วนหางมังกร

วัดมังกรบุปผาราม (เล่งฮั่วยี่)
รูปภาพจาก siamfreestyle.com

เดินผ่านซุ้มประตูทางเข้าตามแบบศิลปะจีน มีหอแปดเหลี่ยมคู่กันสองหลัง  มีลักษณะผสมผสานระหว่างพุทธศิลป์ไทย-จีน ด้านหน้าวัดเป็นวิหารท้าวจตุโลกบาล ประดิษฐานพระศรีอารยเมตไตรยโพธิสัตว์และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ด้านในวัด มีอุโบสถทรงจีนหลังคาซ้อน 3 ชั้น ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาประธานสามพระองค์

เดินต่อไปที่อุโบสถ  เป็นรูปทรงจีนหลังคาซ้อน  3  ชั้น  ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาประธานสามพระองค์ และพระอัครสาวกต่างๆ มีการปิดทองคำเปลวเหลืองอร่าม สามารถไหว้ขอพร แก้ปีชงที่นี่ได้ครับ

  1. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ใช้เวลาประมาณ 5นาที

ขับรถออกจากวัดมังกรฯแค่ห้านาที จะถึงน้ำตกพลิ้ว ที่อยู่ในป่ากลางเทือกเขา มีน้ำตกตลอดทั้งปี น้ำที่นี่ใสมาก ใสจนมองเห็นพื้นหินและทรายข้างล่าง มีปลาว่ายเป็นฝูง แต่ปลาที่มีเยอะของที่นี่คือ “ปลาพวงหิน”เป็นปลากินพืช มีเยอะมากๆ ใครจะลงไปให้ปลาตอดก็ได้ มีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลความปลอดภัยให้ ส่วนผมขอยืนดูดีกว่า เวลาเห็นปลาฝูงใหญ่ๆ พาลจะนึกไปถึงฝูงปลาปิรันย่ายังไงไม่รู้ ไม่เสี่ยงดีกว่า…

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
รูปภาพจาก http://thailandscanme.com

เดินเข้าไปจะมี“สถูปนางเรือล่ม” ที่ภายในบรรจุพระอังคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอัครมเหสี รัชกาลที่ 5 เนื่องจากพระองค์ท่านเคยเสด็จประพาส และทรงชื่นชมความงามน้ำตกพลิ้วอย่างมาก

ใกล้ๆกันคือ“อลงกรณ์เจดีย์” ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 5) พร้อมด้วยพระบรมราชเทวีอัครมเหสี ทรงโปรดให้สร้างขึ้น ในปี 2419 เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วด้วยกัน

เดินลงบันได ไปดูน้ำตกพลิ้วแบบใกล้ๆลงมาข้างล่างรู้สึกว่าอากาศชุ่มชื้น เย็นสบาย เดินเล่นสักนิด แล้วก็ออกเดินทางต่อ

  1. จุดชมวิวแหลมสิงห์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

จุดแรกที่มาถึงคือ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ แวะสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อน เสร็จแล้วก็เดินทางไปยังจุดชมวิว จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ เดินเท้าขึ้นไปทางประภาคารแหลมสิงห์ประมาณ 400 เมตร

จุดนี้ต้องเดินขึ้นเนินเขา ขึ้นบันไดไปเรื่อยๆก็ถึงจุดชมวิวจุดแรก ชื่อว่า แหลมสิบญวน ตรงนี้จะเห็นภาพโดยรวมของบริเวณปากแม่น้ำจันทบุรี และสามารถมองเห็นสะพานแหลมสิงห์

จุดชมวิวแหลมสิงห์
รูปภาพจาก thetrippacker.com

เดินต่ออีกประมาณ 200 เมตรจะพบกับประภาคารแหลมสิงห์ ที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้กับเรือในทะเลที่จะเข้าร่องน้ำ

จากจุดนี้ไปเพียง 10 เมตร จะพบกับจุดที่เป็นตำนานของอำเภอแหลมสิงห์นั่นก็คือ สิงห์โตหินหรือสิงห์หมอบ ที่หันหน้าออกสู่ทะเล

จุดนี้จะเห็นเกาะนางรำ เกาะเปริด เกาะกวาง แหลมงอบ และเกาะช้าง ถ้ามาช่วงเย็นๆ ก็จะเห็นพระอาทิตย์ดวงใหญ่ๆ กำลังลับขอบฟ้า ในทะเลอันกว้างใหญ่ ท่าทางจะโรแมนติกสุดๆ

  1. คุ้งวิมาน ใช้เวลาประมาณ 45นาที

ยังอยู่ที่ทะเลต่อ เป้าหมายคือที่จุดชมวิวเนินนางพญา สมญานาม”วิมานแห่งจันทบุรี” ขับรถมาเรื่อยๆ ข้างทางเป็นบรรยากาศทะเล เสียงคลื่น และสายลมพัดมากระทบใบหน้าสดชื่นดีจัง

 จุดชมวิวเนินนางพญา
รูปภาพจาก http://travel.mthai.com

มาถึงด้านล่างของ จุดชมวิวเนินนางพญา บริเวณรอบๆ สวยมาก ลักษณะเป็นผาชันลงไป เห็นวิวภูเขากับทะเลสุดสายตา น้ำทะเลสีเขียวใส โขดหินกับท้องฟ้าสีคราม มีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อน ถ่ายรูปกัน มีจุดสะดุดตาอย่างนึงที่ผมต้องเดินไปดูใกล้ๆ ที่สายสลิงกันตกแต่ละเสา จะมีกุญแจคล้องกันอยู่ เป็นกุญแจที่คู่รักนิยมนำมาคล้องกัน เพื่ออธิษฐานให้รักนิรันดร์ ข้างๆมีป้ายที่มีคำกลอนที่ว่า “เนินนางพญาแห่งนี้ที่รวมใจ คู่รักใดปรารถนารักคงมั่น ร่วมดวงจิตอธิษฐานสัญญากัน คล้องสองใจรักมั่นนิรันดร” อ่านแล้วอยากไปรับแฟนมาคล้องกุญแจซะเดี๋ยวนี้เลย

ชมวิวกันอิ่มใจแล้ว ก่อนจะกลับ มีจุดที่นักท่องเที่ยวมากราบสักการะ นั่นก็คือ จุดชมวิวพระสังกัจจายน์ เป็นองค์พระใหญ่ หันหน้าออกไปทางทะเล กับอีกที่หนึ่งคือจุดชมวิวหลวงพ่อพระยืน ที่ผมไปกราบสักการะก่อนเดินทางกลับ

จุดชมวิวพระสังกัจจายน์
รูปภาพจาก board.trekkingthai.com

ถือว่าที่คุ้งวิมานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ประทับใจที่สุด มีจุดชมวิวหลายจุด บรรยากาศดี อากาศดี มีอาหารทะเลสดๆ แถมยังใกล้สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในจังหวัด ทั้งหาดเจ้าหลาว คุ้งกระเบน หาดแหลมสิงห์ มาทีเดียวคุ้มครับ ใครยังไม่เคยมาถือว่าพลาดสุดๆ คราวหน้าตั้งใจจะตรงมาที่นี่เลย นอนค้างซักคืนจะได้ดูทะเลกันให้จุใจ ท่านๆที่อ่านหาโอกาสมากันให้ได้นะครับ อ้อ! ถ้าใครมาเป็นคู่อย่าลืมนำกุญแจมาคล้องคู่กันด้วยนะครับ จะได้รักกันนิรันดร์

ขอให้มีความสุขกับการเที่ยวจันทบุรีครับ

ขอบคุณรูปภาพ feature image จาก travelkanuman.com