อีกเมืองเล็กๆน่ารักที่แสนสงบ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก อุทัยธานี จังหวัดเล็กๆที่ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 200 กว่ากิโลเมตร เป็นเมืองที่ยังคงรักษาสภาพบ้านเมืองให้ยังคงกลิ่นอายของความเก่าแก่ในอดีตไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง บรรยกาศตลาดสด ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ทำให้หวนคิดถึงวัยเด็กที่วิ่งวนกลับมาในความทรงจำ จนอยากจะย้อนกลับไปสู่วัยเด็กอีกครั้ง แล้วหยุดเวลาเอาไว้ นอกจากนี้แถมยังเป็นสถานที่ๆถูกจารึกว่าเป็นมรดกโลก และยังเป็นที่มาของบุคคลสำคัญอีกด้วย

เริ่มต้นทริปนี้ด้วยการออกไปนอกเมืองที่อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง ซึ่งถูกจดขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) อันเนื่องมาจากสภาพป่าเป็นป่าที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ คือ มีป่า 5 ชนิดได้แก่ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรังรวมกันอยู่ในที่เดียว อันทำให้เกิดความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย และที่สำคัญคือเป็นสถานที่ที่ตั้งของรูปปั้นคุณสืบ นาคะเสถียรบุคคลสำคัญที่รักษาพื้นป่าแห่งนี้เอาไว้ให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างเราสืบมา สำหรับอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง จะได้มีการแสดงข้อมูลและนิทรรศการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ให้เราได้ดูบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมกับสูดอากาศที่บริสุทธิ์จากป่าที่สมบูรณ์

อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง
รูปภาพจาก pond119.blogspot.com

เที่ยวชมเส้นทางสายธรรมชาติกันมาเพลิดเพลิน มาเติมอาหารตากันอีกที่ที่เขาสะแกกรัง ใช้เวลาเดินทางมาสักหน่อย แต่ได้เก็บภาพความประทับใจจากภาพมุมสูงที่ทำให้มองเห็นตัวเมืองของจังหวัดอุทัยธานีได้ทั้งเมือง แบบพาโนรามา เวลาที่ยืนมองลงมา มันให้มุมที่สวยมากๆ รู้สึกหายเหนื่อยจากการที่เดินขึ้นมาถึงตรงนี้เลยแหละ ความเมื่อย ความเหนื่อยมันหายเป็นปลิดทิ้ง ที่เขาสะแกกรังนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตรคีรี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ประจำจังหวัดอุทัยธานี นอกจากนี้บนยอดเขายังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของชาวเมืองอุทัยฯก็คือ มณฑปสิริมหามายากุฎาคาร เป็นสถานที่ที่ถูกจำลองเปรียบเทียบว่าเป็นสถานที่ๆพระพุทธเจ้าทางเสด็จไปเทศนาโปรดพระพุทธมารดาบนสรวงสวรรค์ แล้วเสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ ดังนั้นวัดแห่งนี้เมื่อถึงวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 (เดือนตุลาคม) ในแต่ละปี จะได้มีการจัดงานประเพณี ตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญประจำจังหวัดอุทัยธานี

เขาสะแกกรัง
รูปภาพจาก dekguide.com

ก่อนจะเดินทางกันไปต่อแวะเติมพลังกันที่ร้านบะหมี่ชื่อดังของจังหวัดอุทัยธานี บะหมี่เจ๊เน้ย บรรยากาศร้านจะเป็นร้านไม้แบบเก่าๆหน่อย ในร้านเมนูอาหารขึ้นชื่อคือบะหมี่หมูแดงและกระเพาะปลา สำหรับบะหมี่หมูแดง ร้านนี้เค้าจะทำเส้นเอง มันเหนียวนุ่มอร่อยมากๆ เส้นจะผ่านการลวกและคลุกเคล้ามาเป็นอย่างดี พร้อมโปะหมูแดงลงตรงหน้า ใส่ในชามกระเบื้องแบบเก่าคล้ายรูปดอกบัวสีชมพู พอกัดเส้นบะหมี่มันแบบว่าอร่อยเวอร์อ่ะ บอกเลยว่าฟิน กระเพราะปลาก็อร่อยใส่เครื่องไม่อั้น รสชาติกลมกล่อม เฮ้อ อิ่มสุดๆๆ

มาต่อกันที่วัดอีกแห่งหนึ่งที่เป็นวัดขึ้นชื่อและเป็นวัดที่สำคัญอีกแห่งของชาวอุทัยธานีคือ วัดท่าซุง วัดท่าซุงตั้งอยู่ใกล้ๆกลับแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งในสมัยก่อนจะล่องซุงไปตามแม่น้ำ โดยบริเวณท่าน้ำของวัดจะเป็นจุดที่พักของแพซุง จึงเป็นที่มาของวัดท่าซุง และวัดท่าซุงยังมีหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือ พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำเป็นพระที่มีชื่อเสียงด้านการบำเพ็ญวิปัสนากรรมฐาน และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวอุทัยธานีเป็นอย่างมาก รวมถึงการทำนายเหตุการณ์สำคัญๆต่างๆตามที่เล่าสืบกันมา นอกจากนี้หลังจากที่ท่านมรณภาพ สังขารของท่านกลับไม่เน่าเปื่อย ทางวัดได้มีการเก็บรักษาร่างของท่านไว้เป็นอย่างดีที่วัดแห่งนี้ วัดท่าซุงเป็นวัดที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก เมื่อเดินเข้าไปในโบสถ์จะเห็นภาพของเสาแต่ละต้นที่มีการตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามคล้ายกับเสาแก้วทำให้สะท้อนให้องค์พระประทานสีทองได้เปล่งปลั่งอย่างบอกไม่ถูก ประกอบกับภาพเขียนภาพเทวดาของจิตกรเอกที่ประดับอยู่ จึงเป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้ที่จะไปชื่นชมความสวยงามของงานสถาปัตยกรรมและจิตรกรรม แถมยังได้เคารพสักการะเพื่อรับบุญอีกด้วย

วัดท่าซุง
รูปภาพจาก taklong.com

ก่อนจะเดินทางกลับพลาดไม่ได้ที่จะต้องแวะถนนคนเดินประจำจังหวัด “ถนนคนเดินตรอกโรงยา” จะเปิดให้บริการทุกเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16:00-20:00น. ตรอกโรงยาเป็นตรอกเล็กๆแห่งหนึ่งของชุมชนชาวจีน ซึ่งในอดีตเป็นแหล่งสูบฝิ่นที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถซื้อขายและสูบฝิ่นได้อย่างเสรี จึงเป็นที่มาของคำว่าตรอกโรงยานั่นเอง แต่ตอนนี้คงเหลือไว้ให้เห็นถึงบรรยากาศเก่าในสมัยอดีต ทั้งห้องแถวที่เป็นห้องแถวไม้แบบโบราณ ร้านรวงต่างๆ บริเวณถนนคนเดินก็จะมีผู้คนชาวอุทัยฯมาขายของบริเวณถนนคนเดินให้ดูคึกคัก มีทั้งอาหารและขนมให้เลือกกินมากมาย รวมถึงขนมโบราณเช่น ปลาแนม (หากินยากมากๆ สมัยนี้) นอกจากอาหารการกินก็ยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆมากมาย ให้ได้เลือกซื้อเลือกช้อปกันได้เพลินๆ กับบรรยากาศยามเย็นของเมืองอุทัยฯ โฆษกประจำตลาดที่เป็นคุณลุงคอยบรรยายถึงประวัติความเป็นมา แถมด้วยการแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย บางทีก็มีมุขเด็ดเพิ่มอรรถรสในการเดินตลาดให้เพลินยิ่งขึ้น และมีวงดนตรีล่อโก๊วคอยให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ขายในตลาด หากใครสนใจประวัติของเมืองอุทัยธานีให้แวะไปที่บ้านนกเขา เป็นเหมือนร้านค้ากึ่งพิพิธภัณฑ์จังหวัดอุทัยธานีๆย่อมๆมีทั้งภาพถ่ายสมัยเก่าแก่ และมีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่จัดวางให้คนได้เยี่ยมชมอีกด้วย

ถนนคนเดินตรอกโรงยา
รูปภาพจาก thaimisc.pukpik.com

เที่ยวอุทัยธานี 1 วันให้อะไรมากกว่าที่คิด อาจจะดูเป็นเมืองเล็กๆที่ดูเหมือนจะไม่น่าสนใจ แต่เต็มไปด้วยความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์ กลิ่นอายแห่งวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และแหล่งธรรมชาติที่คงไว้ซึ่งความหลากหลายและเป็นมรดกโลกที่ควรค่าแก่การสัมผัสสักครั้ง

ขอบคุณรูปภาพ feature image www.taklong.com