ทริปนี้อยากเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง ทั้งทะเลทั้งภูเขา อยากเที่ยวแบบวิถีไทย บรรยากาศที่ให้ความรู้สึกแบบไทยๆ ปักหมุดไว้ที่นี่อยุธยา เที่ยวอยุธยา 1 วัน มันส์แบบไทยๆ

ถ้าพูดถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก และถ้าพูดถึงอยุธยาในความคิดที่จะคิดถึงคือวัดวาอารามสมัยโบราณที่ยังคงอยู่สืบไว้รุ่นลูกรุ่นหลานให้ได้ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมแบบไทยเดิม ผ่านทุ่งนาสีเขียวชอุ่ม ยิ่งถ้าเป็นหน้าฝนหลังฝนตกที่มีหยดน้ำเล็กๆเกาะอยู่กับต้นข้าว ยิ่งสดชื่น หรือถ้าเป็นช่วงใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวก็จะเป็นทุ่งนาสีเหลืองทองอร่ามสุดลูกหูลูกตาพร้อมกับวิถีชาวบ้านแบบไทยๆ บ้านไม้ทรงไทย แบบยกพื้นสูง รับลมยามเย็นชวนให้เพลิดเพลิน แค่จินตนาการตามนี่ก็ฟินสุดๆแล้ว

ป้ายหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร
รูปภาพจาก youtube.com

เริ่มต้นวันดีๆจากเริ่มสายทำบุญแวะวัด พิกัดอยู่ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดที่ก่อนสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1867 ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปูนปั้นปามารวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีขนาดหน้าตักกว้าง 20.17 เมตร สูง 19 เมตร ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์รัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดเกล้าให้บูรณะวัดแห่งนี้ใหม่และพระราชทานนามว่า พระพุทธไตรรัตนายก

วัดพนัญเชิงวรวิหาร
รูปภาพจาก dek-d.com

เมื่อเดิมชมรอบๆตัววัดจะให้ความรู้สึกสงบร่มเย็น โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปสักการะองค์พระประธานที่ประดิษฐานอยู่กลางโบสถ์ซึ่งเป็นองค์สีท่องอร่าม เป็นการเริ่มต้นการท่องเที่ยวแสนอิ่มบุญและอิ่มใจ

มาต่อกันที่วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน ก่อนจะแวะเข้าชมพระราชวังวัดแห่งนี้เป็นอีกสถานที่สวยๆที่เหมาะสำหรับการแวะเข้าเยี่ยมสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเสด็จพ่อร.5 ได้ทรงโปรดเกล้าให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเมื่อสมัย พ.ศ.2421 วัดแห่งนี้จึงเป็นเหมือนวัดหลวงคู่กับพระราชวังบางประอินนั่นเอง

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดโลกยสุทธา
รูปภาพจาก www.thetrippacker.com

มาเดินดูสิ่งก่อสร้างในวัดอาจให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากวัดที่เราเคยไปแวะไหว้สักการะทั่วไป เพราะอาจจะออกแนวให้ความรู้สึกเหมือนกับไปโบสถ์ไปสักหน่อยแต่ก็เป็นการผสมผสานทางศิลปะที่สวยงามมากๆเลยทีเดียว จุดเด่นของของพระอุโบสถจะอยู่ที่การก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกทิค ลักษณะมียอดแหลมสูง บริเวณหน้าต่างตกแต่งด้วยกระจกสี เมื่อแสงผ่านลอดเข้ามาจะสะท้อนเป็นสีต่างๆ อุโบสถแห่งนี้มีพระประธานคือ พระพุทธนฤมลธรรมโวภาส” เป็นองค์พระปางสมาธิที่ประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว มีขนาดหน้าตักกว้าง 22 นิ้ว สูง 36 นิ้ว

หลังจากที่แวะเวียนสักการะวัดหลวงคู่พระราชวังบางปะอินเสร็จเรียบร้อยก็เลยข้ามฝั่งมาชมความสวยของพระราชวังบางปะอินกันต่อสักหน่อย สำหรับพระราชวังบางปะอินมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีตึกรามอาคารต่างๆที่ได้รับการบูรณะที่ยังคงรักษาสภาพความสวยงามของสถาปัตยกรรมสมัยดั้งเดิมไม่ให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา จริงๆแล้วพระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2175 หรือตั้งแต่สมัยพระเจ้าประสาททอง จุดเด่นของพระราชวังแห่งนี้อยู่ตรงที่สระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้บรรยากาศบริเวณพระราชวังดูร่มรื่นและสดชื่น

พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์
รูปภาพจาก panoramio.com

พระราชวังแห่งนี้ได้รับการบูรณะและปรังปรุงเรื่อยมาซึ่งพระราชวังแห่งนี้เองได้เคยเป็นสถานที่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์ไทยเมื่อมีการเสด็จประพาสและออกว่าราชการที่อยุธยา และยังเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการรับรองแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย

จังหวัดอยุธยานอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวแนววัดวาอาราม หรือตึกอาคารสมัยเก่าแล้วอีกสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับทุกวัยก็คือ พิพิธภันฑ์ล้านของเล่นเกริกยุนพันธ์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวมรวมของเล่นจำนวนมากหลากหลายรุ่นหลายสมัยรวมถึงผลงานภาพวาดอีกจำนวนมาก ผู้ริเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็คือ รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ ท่านเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และยังเป็นเจ้าของผลงานวรรณกรรม หนังสือภาพ เช่น บอลลูน กระดุ๊กกระดิ๊กกระด๊อกกระแด๊ก กระต่ายน้อยหนีแม่ โดยเฉพาะผลงานเรื่องชาวนาไทย ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับรางวัล NOMA จากประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย อจ.เกริกใช้เวลากว่า 20 ปีในการรวบรวมของเล่นและผลงานต่างๆแล้วนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะว่าไปแล้วพอได้เดินดูของเล่นพวกนี้ทำให้รู้สึกย้อนคิดถึงเมื่อสมัยยังเด็ก มันอบอุ่นบอกไม่ถูกเลยหละ 

พิพิธภันฑ์ล้านของเล่นเกริกยุนพันธ์
รูปภาพจาก kajarp.wordpress.com

เดินทางชมอาหารตากันมาทั้งวันและขอมาแวะช้อปแวะชิมแบบสบายๆสไตล์อยุธยากันบ้าง คราวนี้ปักหมุดไปที่ตลาดน้ำทุ่งบัวชม ตลาดน้ำแห่งนี้มีขนาดใหญ่พอควรตั้งอยู่บนพื้นที่ 18 ไร่ เป็นตลาดที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 

ตลาดน้ำทุ่งบัวชม
รูปภาพจาก http://travel.mthai.com

สำหรับตลาดแห่งนี้เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณตลาดจะเน้นย้อนถึงบรรยากาศแบบไทยเดิม ทั้งในแง่ของการตกแต่งสถานที่บวกกับบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่ใส่ชุดไทยมาขายของ ให้อารมณ์เหมือนเดินตลาดสมัยอยุธยาเลย ตลาดแห่งนี้มีทั้งของกิน สินค้า Handmade รวมถึงพวกของขึ้นชื่อและของฝากจากจังหวัดอยุธยาให้ช้อปได้หนำใจสุดๆ ของกินก็อร่อย แถมตลาดนี้มีโชว์การละเล่นแบบไทยเดิมให้ได้ดูด้วยนะ เพลินหนักมากสิคะงานนี้

ไหนๆก็ไหนแล้วขออีกสักตลาด เลยมาที่ตลาดโก้งโค้งหรือบางคนเค้าเรียกว่าตลาดบ้านแสงโสม ที่นี้จะเป็นแนวแบบตลาดโบราณย้อนยุค การจัดแต่งตลาดทำแนวบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ โดยคนขายจะนั่งขายของอยู่บนพื้น เพื่อให้บรรดาลูกค้าได้มาโก้งโค้งลงมาเพื่อดูสินค้าที่เรียงรายอยู่ภายในตลาด นี่สินะที่มาของคำว่าตลาดโก้งโค้ง แบบนี้ชอบมากๆถึงไหนถึงกัน ที่นี่ก็มีทั้งของกินและของฝาก สำหรับของกินก็มีของกินสมัยโบราณที่ไม่รู้จักให้ได้ลองชิมด้วย หรือเป็นขนมของกินขึ้นชื่อสมัยโบราณที่หากินหาทานได้ค่อนข้างยากในสมัยนี้ และยังมีสินค้าที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านให้เลือกช้อปกันต่อเนื่องจากตลาดแรก งานนี้กินไม่อิ่มกระเป๋าไม่ฉีกไม่เลิก

ตลาดโก้งโค้ง หรือ ตลาดบ้านแสงโสม
รูปภาพจาก thaiza.com

อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน.. แต่ถึงจะเก่ายังไงเป็นเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยความขลัง ประวัติศาสตร์ความเป็นมา และกลิ่นอายของความเป็นไทย ที่ทำให้เราได้ย้อนและระลึกถึงความเป็นมาของความเป็นไทย อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มบุญ และอิ่มท้องที่นี่ที่เดียวอยุธยา

ขอบคุณรูปภาพ feature image จาก travelkanuman.com