พอคิดถึงบรรยากาศแบบไทยๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่อดคิดถึงไม่ได้คือ สุพรรณบุรี เป็นอีกจังหวัดที่ให้ความรู้สึกสะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนไทยภาคกลาง บ้านทรงไทยยกสูง ผู้คนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าวดำนา บูชาพระแม่โพสพ ภาพของพื้นนาสีเขียวจนเติบโตเป็นรวงข้าวสีทองตามสองข้างทางในหน้านา มันให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว บรรยากาศการใช้ชีวิตของผู้คน ทำบุญเข้าวัด ครั้งนี้จึงตัดสินใจเที่ยวสุพรรณ 1 วันให้อะไรมากมาย

ในเช้าวันที่แสนสดใส เริ่มต้นทริปสบายๆด้วยการขอพรที่หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ขอพรท่านคุ้มครองและเจอสิ่งดีๆตลอดการเดินทางท่องเที่ยวสุพรรณของเรา ซึ่งหลวงพ่อโต คือ องค์พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ จากการประเมินเป็นงานศิลปะสมัยอู่ทอง และวัดป่าเลไลยก์นี่เองที่อยู่ในวรรณคดีขุนช้างขุนแผน วรรณคดีไทยที่คนไทยทุกคนรู้จักันเป็นอย่างดี แนะนำว่าแวะมาเมืองสุพรรณทั้งที แวะมากราบหลวงพ่อโต แถมยังได้ชมสถาปัตยกรรม รวมถึงภาพวาดงานจิตรกรรมไทยสวยๆอีกเพียบ

หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์
รูปภาพจาก wikimedia.org

แต่ก็อย่างว่ามาสุพรรณทั้งทีเส้นทางของเมืองสุพรรณจะมีภาพของท้องนาสีเขียวสลับกับสีทองช่วยให้ผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ไปดูท้องนาทั้งทีที่ขาดไม่ได้คือน้องควาย ซึ่งเดี๋ยวนี้การทำเกษตรกรรมหันมาใช้ความเหล็กกันมาเพื่อเป็นอุปกรณ์ทุนแรงแทนที่จะใช้แรงงานควาย ในเมื่อไหนๆไปดูทุ่งจริงกันแล้วน้องควายมีอยู่น้อย แวะไปกันที่หมู่บ้านควายไทย แหล่งรวมควายสายพันธุ์นานาชนิดให้ได้เยี่ยมชม อัตราค่าเข้าก็ถูกแสนถูก สำหรับผู้ใหญ่ราคา 60 บาท และเด็กราคา 40 บาท ช่วยให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กได้เห็นสัตว์ที่อยู่คู่วิถีไทยมาช้านาน ในหมู่บ้านควายไทยจะมีพื้นที่ทั้งในส่วนที่จัดเป็นสวนสวยงาม มีบ้านเรือนไทย บ้านไม่สักทองจำลองให้ได้ถ่ายรูปเก๋ๆหลายจุด นอกจากนี้บัตรยังสามารถใช้ในการเข้าดูโชว์ และการขี่เกวียนได้อีกด้วย แบบว่าคุ้มมากๆเรยอ่ะ นอกจากนี้ยังมีสวนสมุนไพร และมีขนมไทยเดิมให้ได้กินอีกด้วย ฟินสุดๆทั้งอาหารตาและอาหารท้อง กินขนมซะอิ่มแปล ขนมไทยก็อร่อยไม่แพ้ขนมฝรั่งหรือขนมญี่ปุ่นน้า

หมู่บ้านควายไทย
รูปภาพจาก tlcthai.com

มาต่อกันด้วยบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ให้ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กึ่งสวนสัตว์ขนาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่หลักๆแบ่งออกเป็นหลายโซนอาทิเช่น  กรงเสือ กรงสิงโต กรงสัตว์ป่า กรงนกยักษ์ ศูนย์รวมพันธุ์ไก่และสัตว์หายาก อุทยาพืชผักพื้นบ้าน บ่อจระเข้  และยังมีโลกใต้ทะเลที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินในอะความเรียมแหล่งรวมพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ ให้ได้เดินดูหมู่ปลาแหวกว่ายน้ำไปตลอดอุโมงค์ทางเดิน สำหรับบึงฉวากซึ่งเป็นเหมือนการเที่ยวสวนสัตว์แต่ยังคงแผงไว้ด้วยแนวคิดแบบไทยๆให้เป็นเอกลักษณ์ สนนราคาค่าเข้าเยี่ยมชมบรรยากาศก็ไม่แพงมากนัก สำหรับค่าเข้าชมเฉพาะอาคารที่ 1 และ 2 และบ่อจระเข้ บัตรค่าเข้าของผู้ใหญ่ราคาเพียง 30 บาท และของเด็กเล็กๆราคา 10 บาท แต่ถ้าหากต้องการเข้าเดินดูอาคารหลังที่ 3 ซึ่งเป็นอาคารสำหรับการเที่ยวดูโลกใต้ทะเล ราคารจะปรับสูงขึ้นมาสักเล็กน้อย สำหรับผู้ใหญ่ราคา 150 บาทและ ตั๋วเด็กราคา 50 บาท ถือว่าคุ้มทีเดียวสำหรับการเที่ยวบึงฉวาก

บึงฉวาก
รูปภาพจาก http://suphanburi.890m.com

หลังจากเที่ยวเล่น ชมบรรยากาศ มาถึงสถานที่ไฮไลท์ยอดฮิตของสุพรรณบุรีที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก ก็คือตลาดสามชุก เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีมานานกว่า 100 ปี ถือได้ว่าเป็นตลาดท่าการค้าที่สำคัญในอดีต และยังคงรักษากลิ่นอายแบบเก่าไว้ได้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน ตลาดสามชุมมีต้นกำเนิดที่มาจากแนวคิดของการเป็นตลาดเชิงอนุรักษ์ ที่เน้นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีการศึกษาวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของชุมชนดังเดิม ซึ่งในบริเวณตลาดจะมีโซนที่จัดให้เป็นเหมือนจุดเข้าไปเยี่ยมชม ที่คงความดั้งเดิมเอาไว้เช่น พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อน (คิดถึงสมัยเด็กๆมากกกก) ร้านหมอฟัน ที่ว่าการอำเภอ ร้านเครืองหวาย ร้านเครืองทองเหลือง ฯลฯ อยากจะบอกว่าเมื่อเดินเข้าไปในตลาดจะทำให้เราย้อนไปถึงสมัยที่เรายังเป็นเด็กๆ บรรยากาศของร้านขายของตามทาง ทั้งที่เป็นร้านขายของชำ และร้านอาหารให้ความรู้สึกที่อบอุ่น เหมือนเป็นการก้าวให้ช้าลงให้มองโลกช้าลงในแบบที่ชัดขึ้น นอกจากร้านที่ยังคงรักษากลิ่นบรรยากาศท้องถิ่นแบบเก่าแล้ว ยังมีร้านแนวอินดี้ที่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศของความเก่าหายไปแต่อย่างใด แต่ยังสามารถผสมผสานและกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี อาทิเช่น บ้านโค้ก  เป็นต้น

ตลาดสามชุก
รูปภาพจาก infinitydesign.in.th

ในบริเวณตลาดยังมีทั้งของอื่นๆขายเช่น ปลาม้าแดดเดียว ปลาตาเดียว เอาไปทอดกรอบๆกินกับข้าวสวยหรือไม่ก็ข้าวต้มร้อนๆ มีไออุ่นๆพอฉุ่ยแล้วราดน้ำปลาหอมๆนิดหน่อย อร่อยเหอะ และยังมีร้านอาหารอร่อยๆอีกมากมายทั้งที่เป็นของกินเล่นมีทั้งลูกชิ้น ทอดมันปิ้ง หมี่กรอบเสวย  แถมยังมีร้านชากาแฟโบราณที่ให้บรรยากาศแบบสมัยก่อนที่มันแบบโบราณจริงๆ ส่วนอาหารหลักก็มีให้เลือกหลายแบบทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ที่น่าสนใจเป็นอาหารแปลกใหม่สำหรับวัยรุ่นน่าจะเป็นข้าวห่อใบบัว ไม่รู้ว่าจะให้เป็นของคาวหรือของหวานดี รู้แต่ว่ากินแล้วอร่อยและอิ่มชมัด

ทริปนี้เป็นเหมือนทริปที่ได้อะไรหลายๆอย่าง ทั้งทำบุญไหว้พระ มองผ่านทุ่งนาเขียวชอุ่ม และได้มีโอกาสย้อนไปสู่วัยเด็ก ภาพความทรงจำเก่าๆมันกลับมาวิ่งโลดแล่นในสมองให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกครั้ง ต่อให้โลกจะเปลี่ยนไปเร็วแค่ไหนหรือมากแค่ไหนก็ตาม แต่คุณค่า อัตลักษณ์และความเป็นไทยมันยังคงฝังและเป็นส่วนหนึ่งของเราทุกคน มันทำให้อบอุ่นทุกครั้งที่ได้ย้อนกลับไปสู่วันเก่าๆ

ขอบคุณรูปภาพ feature image จาก wikimedia.org