สายลมเย็น ๆ พัดผ่านกระทบผิวกาย ทำให้ขนแขนที่นอนอยู่นั้นลุกเด้งขึ้นมา ราวกับเป็นการบอกเป็นนัย ๆ ว่าฤดูหนาวได้ย่างกรายเข้ามาถึงแล้ว ทันใดนั้นภาพหมอกสีขาวโพลนราวกับสำลี ต้นไม้เขียวชอุ่มก็ผุดขึ้นในหัว เสน่ห์ของธรรมชาติที่เย้ายวนชวนให้อยากกลับไปเยือนนั้นจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นั่นก็คือ ภาคเหนือ ภาคที่ได้รับขนานนามว่าเมืองหนาว “แล้วจะไปเที่ยวหน้าหนาวที่ไหนดีล่ะ” คำถามนี้ถูกถามขึ้นจากปากน้ำหวานเพื่อนดิฉันเอง นั่นสินะหนาวนี้เที่ยวไหนดี “ถ้าจะพูดถึงที่เที่ยวหน้าหนาวที่เชียงใหม่ก็ต้องดอยอินทนนท์ล่ะ” พิน สาวร่างอ้วนเอ่ยปากพูด สถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวมีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมต้องเลือกดอยอินทนนท์นะ “ไปดอยปุยกันดีมั้ย?” ดิฉันเสนอไป เพื่อนทั้งสองตอบพร้อมกันว่า ไม่เอาอ่ะ “ขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศเย็นทั้งทีก็ไปให้สูงสุดไปเลยดิ” บทสรุปของคำถามที่ว่าหนาวนี้เที่ยวไหนดี จบลงที่ ดอยอินทนนท์จังหวัดเชียงใหม่

ดอยอินทนนท์

สัมผัสทะเลหมอกที่ดอยอินทนนท์

เมื่อถึงวันเดินทางก็มี จิ๊บ เพื่อนคนที่เงียบที่สุดขอติดสอยห้อยตามมาด้วย เลือกเดินทางโดยรถไฟฟรี เพราะอยากมีประการณ์การขึ้นรถไฟบรรยากาศก็มีทั้งน่าเบื่อและสนุกปะปนกันไป พวกเราเดินทางมาได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

เมื่อเท้าสองข้างแตะถึงพื้นเชียงใหม่ ลมหนาวก็พัดผ่านเข้ามาทักทายผู้มาเยือนใหม่อย่างเราๆ พิน สาวอ้วนฉุถึงกับต้องห่อตัวเพราะความหนาว ไขมันในร่างกายของหล่อนไม่ได้ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นเลย

ที่สถานีรถไฟจะมีรถสองแถวสีแดง มายืนชวนไปใช้บริการ เราก็ให้เขาไปส่งที่ประตูเมืองเชียงใหม่ ค่าบริการคนละ 20 บาท เมื่อถึงประตูเมืองเชียงใหม่เราก็ต่อรถสองแถวที่เขียนว่าจอมทองเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมงได้ ปลายทางของรถสองแถวนี้จะเป็นวัดพระธาตุศรีจอมทอง แต่พวกเราหาข้อมูลมาได้ว่า ให้คนขับจอดที่สามแยกทางเข้าดอยอินทนนท์ จากนั้นก็เดินเข้าไปรอ จะมีมอเตอร์ไซต์ขับผ่านไปมา เขาถามเราว่าจะไปไหน เราก็บอกไปดอยอินทนนท์ ต่อรองราคาและตกลงกันเรียบร้อยว่าให้ส่งที่ด่านเก็บเงิน พอไปถึงด่านเก็บเงินก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ช่วยติดต่อรถกระบะให้หน่อย ก็คือการโบกรถกรายๆ เราก็เลือกคันที่ไปยอดดอยค่ะ

ระหว่างทางที่ไปยอดดอยนั้นหนาวมากๆ อากาศต่ำสุดน่าจะ 6 องศาได้ เมื่อขึ้นไปถึงยอดดอย ก็ลงรถกันอย่างทุลักทุเล พร้อมขอบคุณเจ้าของรถที่ให้เราติดรถมาด้วย เมื่อมองไปยังเบื้องหน้าทำให้ลืมการเดินทางที่แสนทรหด อากาศอันหนาวเหน็บไปเลย หมอกหนาขาวโพรน พื้นเต็มไปด้วยแม่คะนิ้งเรียงราย ราวกับประเทศไทยมีหิมะยังไงอย่างนั้น เหล่าเพื่อนๆของดิฉันก็รีบยกกล้องมาแชะภาพเสียยกใหญ่ การเดินทางครั้งนี้ถือว่าวุ่นวายมาก การเดินทางแบบผจญภัยของเหล่าสาวๆมักมีวี้ดว้ายกันได้ตลอด แต่สำหรับพวกเรานั้นวี้ดว้ายตลอดเวลาจนคนอื่นเขาหันมามองกันเป็นตาเดียว

เมื่อหมอกจางลงพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว ภาพที่เห็นนั้นสวยๆมาก แทบไม่อยากเชื่อสายตาเลย ดิฉันมัวแต่ตกตลึงอยู่อย่างนั้น จนลืมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ต้องขอรูปจากเพื่อนเพื่อมาเก็บไว้

น้ำตกแม่ยะ

เที่ยวน้ำตกแม่ยะ

น้ำตกแม่ยะ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ น้ำไหลลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ มองเห็นไอความเย็นออกมาจากน้ำ ทำไมจู่ๆเราไปโผล่ที่น้ำตกแม่ยะได้ล่ะ เราใช้วิธีเดียวกันกับตอนมา นั่นคือ การโบกรถ ภายในอุทยานมีโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ เป็นสถานีวิจัยดอกไม้เมืองหนาวเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีโครงการวิจัยสตรอว์เบอร์รี กาแฟ

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง

สถานที่ต่อไปที่จะไปพิชิตความหนาวนั่นก็คือ ดอยอ่างขาง ดินแดนที่มีความเย็นตลอดทั้งปี ดินแดนในฝันของคนขี้ร้อนอย่างดิฉันล่ะ ไม่แปลกใจเลยหากเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางแวะเวียนไปท่องเที่ยว ดอยอ่างขางไม่ใกล้ไม่ไกลจากดอยอินทนนท์มากนัก บนดอยมีสถานที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืช ฯลฯ

จำหน่ายผลิตผลตามฤดูกาลที่ปลูกในโครงการหลวง เดิมทีจะขอกางเต็นท์กันที่นี่ แต่ไม่มีใครกล้าขอเพราะตลอดระยะทางที่เดินมานั้นไม่มีสถานที่ไหนที่เหมาะกับการกางเต้นเลย ระยะทางที่เดินไปนั้นจะมีทางเดินที่ทำขึ้นมาเป็นสะพานบ้าง ทางเดินบ้าง บันไดบ้าง ล้วนแล้วแต่มีรั้วกันทั้งหมด ประหนึ่งว่าเรามาเดินสวนสัตว์เปิด แต่ที่นี่มีห้องพักให้บริการจึงเลือกที่จะพักที่ดอยอ่างขางแห่งนี้

นอกจากนี้ยังมีสวนบอนไซ ที่ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิคอันน่าทึ่ง และในบริเวณเดียวกันยังมีสวนสมุนไพร ที่รวบรวมสมุนไพรต่างไว้มากมายหลาย

ตื่นเช้ามา อาบน้ำแต่งหน้า แต่งตัวกันแล้ว ก็ออกไปโบกรถนักท่องเที่ยวเพื่อเข้าไปในตัวเมืองเชียงใหม่เช่นเดิม (เพื่อความประหยัด) เที่ยวในเมืองเชียงใหม่ให้หนำใจ และนอนพักที่บ้านคุณลุงดิฉันเอง พวกเราแทบไม่ได้นอนกันเลย เพราะมัวแต่พูดถึงเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอมาตลอดที่เดินทางมาเที่ยวที่เชียงใหม่

เวลาล่วงเลยผ่านไป เช้าวันใหม่ก็มาถึง พระอาทิตย์เลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกว่าเราต้องตื่นกันได้แล้ว เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปสถานีรถไฟเชียงใหม่ และขึ้นรถไฟฟรีอีกครั้ง สุดท้ายทั้งการเดินทางครั้งนี้ก็จบลงด้วยความทรงจำที่ดี ภาพความสวยงามของธรรมชาติยังติดตาตรึงใจดิฉันอยู่จนถึงทุกวันนี้