พอใกล้จะถึงวันหยุดยาวๆ หลายคนเตรียมวางแผนที่จะออกเดินทาง ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่น่าสนใจ ซึ่งก็เป็นการเดินทางแบบเช้าไป – เย็นกลับ เพื่อจะได้ใช้วันหยุดวันอื่นเอาไว้พักผ่อน อยู่กับบ้านสบายๆ กันบ้าง แล้วเที่ยว 1 วัน ไปไหนดี ถึงจะรู้สึกว่า ได้ใช้เวลาไปเที่ยว และได้รับความสนุกสนาน กันอย่างเต็มอิ่ม ไม่ต้องเสียเวลาพักค้างคืน ถ้ายังคิดไม่ออก ลองมาดูกันดีกว่าว่า เราจะมีที่เที่ยวที่ไหน ที่สามารถสร้างความสุข พร้อมรอยยิ้ม โดยไม่เหน็ดเหนื่อยมากเกินไป

บ้านศิลปิน
บ้านศิลปินคลองบางหลวง

ใครที่เป็นคนกรุงเทพ หรือมาอยู่กรุงเทพ คงจะเคยชินกับการอยู่ตึก อยู่หอ ชีวิตในแต่ละวัน ล้วนแต่เร่งรีบ แข่งขันกันจนเหน็ดเหนื่อย วันนี้ทิ้งภาระความเหน็ดเหนื่อยเอาไว้ที่บ้าน เตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวบ้านศิลปินกัน บรรยากาศบ้านริมคลองบางหลวง ที่มีลมโชยพัดเย็นสบาย มีเสียงเรือหางยาวแล่นสวนกันไป-มา มีเสียงบีบแตรของเรือขายก๋วยเตี๋ยว ขายไอติม ขายกาแฟโบราณ ฯลฯ ที่พายผ่านไป-มา บรรยากาศแบบไทยๆ แบบนี้ หลายๆ คนคงไม่คุ้นชิน แต่ถ้าหากได้มานั่งพัก เหยียดเท้าสบายๆ นั่งมองวิถีชีวิตแบบไทยๆ ก็จะพบว่ามันคือความสุขที่ค่อยๆ หลั่งรินออกมาจากความรู้สึกภายในใจของเราเอง ทำให้ตัวเรารู้สึกผ่อนคลาย เบาสบาย และอยากจะเคลิ้มหลับไปตรงนั้นเอง

บ้านศิลปิน เป็นบ้านไม้ริมคลอง ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม นั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ นั่งเฉยๆ นั่งหลับ แล้วแต่ว่าใครอยากจะมาปลดปล่อยความรู้สึกให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย จากภาวะความเครียดที่ผจญกับมันมาตลอดทั้งสัปดาห์ ณ ที่นี้ ไม่มีใครรบกวนเรา ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม และความเบิกบาน ใกล้ๆ กันมีตลาดน้ำคลองบางหลวง แม้จะไม่คึกคักเท่ากับตลาดน้ำอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียง แต่ก็ทำให้รู้สึกว่า นี่คือวิถีชีวิตแบบไทยๆ ที่เราไม่ค่อยได้สัมผัสกันจริงๆ

บ้านพิพิธภัณฑ์พุทธมณฑลสาย 2

บ้านพิพิธภัณฑ์พุทธมณฑลสาย 2

สำหรับคนที่คุ้นเคยกับชีวิตไฮเทค ติดเกมส์ ก้มหน้าดูแต่เครื่องมือสื่อสารในมือ วันนี้ลองวางอุปกรณ์ไฮเทคเหล่านั้น แล้วมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของเล่นสมัยวัยเด็ก ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย จนถึงสมัยตอนเราเป็นเด็กเล็กๆ กันเลยทีเดียว หลายๆ คนหอบลูก จูงหลานมาเที่ยวชม พร้อมกับมีเสียงเล่าถึงอดีตของของเล่นแต่ละชิ้น ที่มา ที่ไป รวมถึงความสุข สนุกสนานที่เคยได้รับจากของเล่นที่วางโชว์อยู่ในตู้

แม้จะเป็นของเก่า หลายๆ ชิ้นได้รับการบริจาคมา หลายๆ ชิ้นเจ้าของพิพิธภัณฑ์สละทรัพย์ส่วนตัวซื้อหามาจัดวาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ระลึกถึงวัยที่ผ่านมา ความทรงจำในอดีตที่บอกเล่าผ่านของเล่นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย ชิ้นแล้วชิ้นเล่า ความสุขที่ไหลริน พร้อมกับประกายตาแห่งความทรงจำ แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ก็สามารถนำความสุข และความประทับใจเมื่อมาเยี่ยมชมกลับไปด้วย พร้อมกับเรื่องเล่าอีกมากมายที่จะถ่ายทอดให้กับลูก หลานได้รับฟัง

ตลาดน้ำอัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวา

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยๆ เอาไว้ได้เกือบจะครบถ้วน นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นสถานที่ช้อปปิ้ง แหล่งรวมอาหาร ของกิน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย อย่างเช่น ปลาทูแม่กลอง ต้องหน้างอ คอหัก ถือว่าเป็นของแท้ เนื้อนุ่ม หวาน หรือหอยแมลงภู่ดอง หอยแครงดอง ที่ขึ้นชื่อลือชา แม้กระทั่งผลไม้ อย่างลิ้นจี่จักรพรรดิ ที่นี่ก็มีให้ชม ให้ชิม และให้ช้อป ติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้านกันอย่างจุใจ

รอบๆ ตลาดน้ำอัมพวา ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆ อีก ได้แก่ อุทยาน ร.2 ซึ่งประกอบไปด้วยโรงละครกลางแจ้ง และสวนพฤกษชาติ ซึ่งมีพันธุ์ไม้ร่มรื่นที่เป็นพันธุ์ไม้ในวรรณคดีมากมายหลายชนิดอีกด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวพร้อมกับการทำบุญไปด้วย ก็มีวัดเก่าแก่ เช่น วัดบางกุ้ง เป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนิยมมาทำบุญกันมากมาย หรือวัดแว่นจันทร์ ที่มีโบสถ์สร้างขึ้นด้วยไม้สักอายุนับร้อยปี เป็นที่เคารพสักการะสำหรับประชาชนทั่วไป

ตั้งแต่เช้าจรดเย็น นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ยังบริเวณโดยรอบตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งมีที่นั่งพักผ่อน สถานที่รับประทานอาหารไว้พร้อมสรรพ

หากใครยังไม่อยากกลับ ก็ยังมีการชมหิ่งห้อย ในช่วงหัวค่ำ เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติอีกรายการหนึ่ง ที่พลาดไม่ได้กันเลย เพราะมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น นั่นหมายความว่า ในบริเวณรอบๆ คลองอัมพวานี้ ยังคงรักษาสมดุลของความเป็นธรรมชาติไว้ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ สังเกตจากหิ่งห้อยที่พากันมากระพริบเล่นไฟที่ต้นลำภู ริมคลองอัมพวา แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ที่ไม่สามารถปรุงแต่งได้ด้วยเทคโนโลยีชนิดใดๆ ในโลก

เที่ยว 1 วัน ไปไหนดี คงมีคำตอบที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจ จะออกเดินทาง จากห้องพักที่เคยอยู่มาตลอดเวลา เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นความรื่นรมย์ให้กับชีวิต เพื่อจะได้มีแง่คิด มุมมองของความสุขแบบไทยๆ ที่ไม่สามารถหาได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ การใช้สายตาอยู่กับเครื่องมือต่างๆ กับการนั่งพักผ่อนสายตา เหม่อมองธรรมชาติ สายน้ำ และพันธุ์ไม้นานาชนิด แม้จะไม่ได้ชื่อว่า เป็นความเจริญทางเทคโนโลยี แต่ผลที่ได้รับ กลับทำให้คนเรามีจิตใจเบิกบาน แจ่มใสมากพอที่จะกลับไปต่อสู้กับการดำรงชีวิตแบบเร่งรีบในยุคเทคโนโลยีล้ำหน้าอย่างในปัจจุบัน