
1. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ภูสอยดาวเป็นที่เลื่องชื่อลือชาในเรื่องของความสวยงามของธรรมชาติ โดยภายในป่าจะมีดอกไม้สวยและความเขียวขจีของต้นไม้ ส่วนตามหินก็มีมอสปกคลุมทั้งยังมีน้ำตกสูงถึง 7 ชั้นให้รับชมกันอีกตังหาก บอกได้เลยว่าวิวทิวทัศน์ด้านในสวยเหมือนกับเนรมิตเลยละครับ แต่การเดินทางขึ้นเขาก็อาจท้าทายความสามารถของใครหลายคนเช่นกัน เนื่องจากยอดสูงสุดของภูสอยดาวอยู่ที่ประมาณ 2,102 เมตร ซึ่งเรียกได้ว่าทำเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วงนะครับเพราะก่อนเข้าไปท่องเที่ยวหรือปีนเขาเราจะต้องขออนุญาตจากทางเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญนำทางและยังมีบริการช่วยยกกระเป๋าอีกด้วย หากใครต้องการความแอดเวนเจอร์ ธรรมชาติวิวหลักล้านต้องห้ามพลาดที่นี่โดยเด็ดขาด

2. สันหนอกวัว
สาเหตุของการตั้งชื่อ ‘สันหนอกวัว’ ก็เพราะบริเวณจุดสูงสุดของเขามีลักษณะคล้ายกับสันหลังของน้องวัว หากสายเดินเขาหรือนักท่องเที่ยวคนไหนสามารถพิชิตขึ้นถึงยอดเขาได้ คุณจะได้เห็นวิวธรรมชาติกว้างแบบพาโนราม่า ทั้งยังได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกสวย ๆ อีกตังหาก คุ้มค่าแก่การเดินเหนื่อยขึ้นไปหลายกิโลเมตรอย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันก็เหมาะกับคนกรุงเทพมากเพราะสันหนอกวัวตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี ขับรถไปประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้น

3. ภูกระดึง
อุทยานภูกระดึงมีพื้นที่กว้างถึง 2 แสนกว่าไร่ โดยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติถือว่าเป็นอันดับท็อป ๆ ระดับประเทศ มีทั้งสัตว์ป่า, ต้นไม้, ดอกไม้ และลำธารแม่น้ำครบหมดทุกอย่าง ในขณะเดียวกันบรรยากาศและอุณหภูมิก็มีความเย็นสบาย หากได้มีโอกาสเข้าไปบอกเลยว่าต้องประทับใจในความสวยงามของธรรมชาติที่ชาวเมืองแบบเรา ๆ อาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน ส่วนความสูงของภูกระดึงอยู่ในระดับ 1,316 เมตร เหมาะมากแก่การเดินป่าปีนเขา

4. เขาโมโจกู
ใครชอบการปีนเขาและความชุ่มฉ่ำของทะเลหมอกสวยแนะนำว่าต้องมาลองเยี่ยมชม ‘เขาโมโจกู’ เพราะด้วยที่นี่มีความเย็นตลอดทั้งปี ทำให้เรารู้สึกเย็นสบายทั้งยังมีโอกาสให้ได้รับชมหมอกสวย ๆ แบบเต็มอิ่ม ส่วนการปีนเขาก็เหมาะมากเพราะความสูงของเขาโมโจกูสูงกว่า 1,964 เมตร แต่! ด้วยความสูงขนาดนี้ผมแนะนำให้เตรียมความพร้อมให้ดีทั้งอุปกรณ์และร่างกาย เพราะยังไงก็ต้องมีการพักแรมหรือหยุดพักผ่อนระหว่างทางครับ ส่วนใครชอบกิจกรรมปีนเขาแบบลุย ๆ ก็ต้องมาลองดูกันสักครั้งในชีวิต

5. เขาช้างเผือก
หนึ่งในสถานที่ยอดฮิตสำหรับสายปีนเขาคงหนีไม่พ้น ‘เขาช้างเผือก’ เพราะมันจะมีจุดหนึ่งซึ่งสร้างความท้าทายในการเดินทาง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ ‘สันคมมีด’ คือมีความแคบทำเอาปาดเหงื่อและเพิ่มความขนลุกอยู่ไม่น้อย แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าบริเวณสันคมมีดเป็นจุดชมวิวที่สวยสุด ๆ เพราะทางด้านซ้ายขวาจะมีความโล่งทำให้มองเห็นธรรมชาติได้แบบเต็มตา หรือพูดให้ง่ายคือมองเห็นวิวแบบพาโรนาม่านั่นเองครับ ทำให้เห็นความสูงของภูเขาที่ไล่ระดับอย่างสวยงามรวมไปถึงต้นไม้อันเขียวขจี

6. ภูลังกา
ความน่าสนใจของ ‘ภูลังกา’ คือในทุก ๆ จุดของตัวเขาหรือระหว่างการเดินทางขึ้นไปยอดสูงสุดจะมีสิ่งน่าสนใจให้เราได้รับชมและเรียนรู้กัน เมื่อเดินไประดับหนึ่งคุณจะเห็นกับพันธุ์ไม้หายากรวมไปถึงสมุนไพรป่าและสัตว์ป่าอย่างนักหลายหลายสายพันธุ์ เมื่อเดินสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ภูลังกาจะมีจุดสำหรับการชมหมอกทะเลโดยเฉพาะ ซึ่งอยู่ในระดับความสูงเหนือน้ำทะเลกว่า 1,600 เมตร แต่หากยังสูงไม่จุใจจุดสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 1,720 เมตร บอกได้เลยว่าวิวสวยอลังการจนแทบไม่อยากลงมาเลย

7. อ่าวถ้ำพระนาง
สำหรับใครที่เป็นสายทะเลแต่อยากได้ฟีลของการปีนเขาด้วย ผมอยากแนะนำให้มาที่ ‘อ่าวถ้ำพระนาง’ ครับ โดยถ้าหากเลือกมาที่นี่อย่างแรกเลยคือคุณจะได้ชมความสวยงามของน้ำทะเลสีคราม สามารถเล่นน้ำ, พายเรือ หรืออาบแดดบริเวณชายหาดได้อย่างจุใจ แต่ที่พิเศษกว่าอ่าวอื่น ๆ คือด้วยตัวเกาะมีถ้ำและหน้าผา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวหลายท่านเดินทางมาปีนหน้าผากันอย่างสนุกสนาน ส่วนอุปกรณ์และความเซฟตี้ก็หายห่วงเพราะบนเกาะมีร้านที่บริการในการนำปีนหน้าผาโดยเฉพาะ

8. ผาหินกูบ
ไฮไลท์ของ ‘ผาหินกูบ’ คือจุดชมวิวที่ด้านบนซึ่งยื่นออกมาเป็นลานหินที่ทำให้เราสามารถนั่งชมวิวได้แบบเต็มที่ บอกเลยว่าเป็นวิวธรรมชาติหลักพันล้านที่ใครเห็นก็ต้องประทับใจอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเดินทางขึ้นไปพิชิตยอดผาก็มีความเหนื่อยในระดับหนึ่งเลยครับ เพราะการเดินทางไกลกว่า 6.5 กิโลเมตร และต้องมีการเดินผ่านน้ำและไต่เชือกบ้าง ดังนั้นต้องเตรียมความพร้อมไปให้ดี

