เที่ยวทะเล เที่ยวป่า ขึ้นเขา ธรรมชาติ เที่ยววัดไทย-ไหว้พระ

รวม 25 ที่เที่ยวตราดดีต่อใจ สำหรับพาร่างกายไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

25 ที่เที่ยวตราด ได้ไปแล้วจะติดใจ

1. อ่าวตาลคู่

อ่าวตาลคู่
อ่าวตาลคู่

มาเริ่มกันที่เที่ยวแรกของจังหวัดตราดอย่าง “อ่าวตาลคู่” หนึ่งในชายหาดสวยของจังหวัดตราดที่รายล้อมไปด้วยน้ำทะเลใสสีฟ้าครามจนสามารถมองเห็นตัวปลาได้อย่างชัดเจน ไล่ทอดยาวเรียงรายไปกับหาดทรายละเอียดอันสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้มาเดินเล่นชมวิวทะเลและเพลิดเพลินไปกับการฟังเสียงคลื่นได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังเป็นที่เที่ยวตราดที่ไม่ต้องข้ามไปเกาะอื่น ๆ ให้ยุ่งยาก ใครที่ไม่ชอบนั่งเรือหรือกลัวจะเมาเรือแต่อยากเห็นน้ำทะเลสวย ๆ สามารถมาได้ที่นี่เลย

2. เกาะเหลายา

เกาะเหลายา
เกาะเหลายา

ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศ ก็สามารถเที่ยวทะเลสวย ๆ ในประเทศไทยได้โดยสถานที่ที่เราจะพาทุกคนไปกันต่อนั่นก็คือ “เกาะเหลายา” หนึ่งในที่เที่ยวตราดสุดฮิตในโลกโซเชียลที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณเกาะแวดล้อมไปด้วยความงดงามของท้องทะเล แถมยังมีสะพานไม้ทอดเป็นตัวยาวข้ามทะเลออกไปยังอีกเกาะทำให้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต่างพูดถึงและชวนกันมาถ่ายรูปเพราะไม่ว่าจะมุมไหนก็เหมือนมาเที่ยวทะเลมัลดีฟส์ไม่มีผิด

3. เกาะกูด

เกาะกูด
เกาะกูด

เกาะกูด” อีกหนึ่งแลนด์มาร์กตราดที่ได้รับความนิยมจากเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวเนื่องจากบริเวณเกาะมีความเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินทางมาแวะถ่ายรูป เล่นน้ำ และพักผ่อนแบบส่วนตัว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาผ่อนคลายอารมณ์พร้อมทั้งเติมพลังได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้บนเกาะยังเต็มไปด้วยโรงแรมที่พักที่มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ได้ทำกันอย่างเพลิดเพลินอีกด้วย

4. เกาะขาม

เกาะขาม
เกาะขาม

อีกหนึ่งที่เที่ยวตราดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ “เกาะขาม” แหล่งท่องเที่ยวอันเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยหาดทรายสีขาวเนียนละเอียดเรียงตัวยาวไปตามน้ำทะเลสีฟ้าเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเดินทางมานั่งอาบแดด เล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ กับครอบครัว อาทิ การพายเรือ การโพสต์ท่าถ่ายรูปกับชุดว่ายน้ำตัวโปรดโดยมีวิวทะเลสวย ๆ เป็นฉากหลัง หรือการเดินเล่นบนหาดพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ทั่วปอด เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งสถานที่ที่จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

5. หาดบานชื่น

หาดบานชื่น
หาดบานชื่น

“หาดบานชื่น” ที่เที่ยวตราดยอดนิยมสำหรับเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นทั่วไปที่มาเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยท่ามกลางวิวทะเลสวย ๆ และบรรยากาศที่เงียบสงบในช่วงวันหยุดยาว นอกจากนี้ยังสามารถมานั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่กำลังลาลับขอบฟ้าได้ที่บริเวณริมชายหาดแห่งนี้ได้อีกด้วย หากใครที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดตราดแห่งนี้แล้ว ก็ต้องหาโอกาสแวะมาเช็กอินที่ชายหาดแห่งนี้ให้ได้เลยล่ะ

6. อ่าวสลักเพชร

อ่าวสลักเพชร
อ่าวสลักเพชร

เดินทางไปกันต่อที่ “อ่าวสลักเพชร” อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดตราด ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณเกาะช้าง เป็นอ่าวที่มีความอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยความสวยงามของป่าไม้ อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเดินเที่ยวชมและสัมผัสไปกับบรรยากาศอันร่มรื่นได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีบริเวณหมู่บ้านชาวประมงที่คุณสามารถไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิดได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นที่เที่ยวตราดบนเกาะช้างที่ทั้งสวยงามและเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติไปพร้อมกันเลยทีเดียว

7. เกาะหมาก

เกาะหมาก
เกาะหมาก

เกาะหมาก” เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวตราดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะด้วยความสวยงามของท้องทะเลอันขึ้นชื่อ และคนบนเกาะที่น่ารัก รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ มากมายบนเกาะ อาทิ การปั่นจักรยานชมความสวยงามรอบเกาะ การดำน้ำดูปะการัง หรือแม้แต่การพายเรือคายักต่างก็ทำให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจและเดินทางมาเที่ยวเล่นกันที่บริเวณเกาะแห่งนี้ เราขอแนะนำว่าเกาะแห่งนี้มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้คุณได้มาสนุกอย่างเต็มที่สำหรับใครที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมแบบผจญภัย

8. เกาะรัง

เกาะรัง
เกาะรัง

อีกหนึ่งความงดงามใต้ท้องทะเลไทยที่คนรักทะเลไม่ควรพลาดคือ “เกาะรัง” ที่เที่ยวตราดยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสนใจเดินทางมาดำน้ำดูปะการังรวมถึงเดินเที่ยวสัมผัสไปกับธรรมชาติบริเวณรอบเกาะ โดยมีด้วยกันสองเกาะ ได้แก่ เกาะรังทางตอนเหนือที่มีจุดแวะเที่ยวอย่าง หาดศาลเจ้า ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณเกาะยักษ์ใหญ่ ส่วนอีกหนึ่งฝั่งจะเป็นบริเวณท้ายชายหาดที่มีความเงียบสงบ เหมาะแก่การมาตั้งเต็นท์ชมพระอาทิตย์ตกดิน รวมถึงการดำน้ำดูความสวยงามใต้ท้องทะเลก็เป็นอะไรที่น่าสนใจอีกเช่นกันสำหรับที่เที่ยวตราดแห่งนี้

9. เกาะยักษ์

เกาะยักษ์
เกาะยักษ์

เดินทางมาถึง “เกาะยักษ์” อีกหนึ่งที่เที่ยวตราดที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาดำน้ำกันเพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์ของใต้ท้องทะเลของเกาะที่เต็มไปด้วยฝูงปลาสีสันสวยงาม อีกทั้งยังมีแนวปะการังจาน ฟองน้ำ รวมไปถึงปะการังเขากวางใหญ่มากมายให้ได้แวะชมกัน ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาดำน้ำกันที่บริเวณจุดนี้เป็นจำนวนมากอย่างไม่ขาดสาย โดยจะมีเกาะดำน้ำด้วยกัน 2 จุดใหญ่ ๆ นั่นก็คือ เกาะยักษ์ใหญ่และเกาะยักษ์เล็ก หากใครอยากดำน้ำชมแนวปะการังสวย ๆ ของทะเลตราดแล้วละก็ จดชื่อเกาะยักษ์ไว้ในลิสต์ได้เลย

10. น้ำตกสะพานหิน

น้ำตกสะพานหิน
น้ำตกสะพานหิน

น้ำตกสะพานหิน” ที่เที่ยวตราดที่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตราดที่สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเพราะไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็จะเต็มไปด้วยสายน้ำอันงดงามทอดยาวลงมาตามหน้าผาสูง จนเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่ทำให้ให้คุณสามารถมาแวะเวียนเที่ยวเล่นและถ่ายรูปกันได้อย่างสนุกสนาน แนะนำว่าในช่วงหน้าฝนควรเพิ่มความระมัดระวังและเช็กพยากรณ์อากาศให้ดี เนื่องจากเวลาที่ฝนตกน้ำค่อนข้างจะไหลแรงและเชี่ยว จึงไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำมากนัก ดังนั้นหากใครที่อยากจะเดินทางมาเที่ยวน้ำตกแห่งนี้ควรเช็กสภาพอากาศให้ดีก่อน และควรหลีกเลี่ยงช่วงฤดูฝนจะดีที่สุด

11. เกาะช้าง

เกาะช้าง
เกาะช้าง

หากพูดถึงการเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตราดแห่งนี้ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก “เกาะช้าง” เพราะที่นี่คือที่เที่ยวตราดยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเกาะแห่งนี้เป็นหนึ่งในเกาะขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางนั่งเรือมาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมทั้งทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางความสวยงามของท้องทะเล นอกจากนี้บนเกาะแห่งนี้จะมีทั้งที่พัก, ร้านอาหาร, ทัวร์ดำน้ำ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวเล่นกันได้อย่างเพลิดเพลิน แนะนำเลยว่าถ้าใครมาตราดแล้วไม่ได้มาเที่ยวเกาะช้าง ก็เหมือนยังมาไม่ถึงจังหวัดนี้นั่นเอง

12. น้ำตกธารมะยม

น้ำตกธารมะยม
น้ำตกธารมะยม

หลังจากเที่ยวเล่นที่เกาะช้างเรียบร้อยแล้ว เราขอพาทุกคนเดินทางต่อไปที่ “น้ำตกธารมะยม” แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติซึ่งใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง คุณสามารถเดินเท้าเข้าไปชมที่เที่ยวตราดแห่งนี้ได้ ด้วยระยะทางเพียง 200 เมตรก็สามารถสัมผัสกับบรรยากาศของวิวธารน้ำตกสีขาวธรรมชาติที่ไหลทอดยาวไปตามทางหินแกรนิตสีดำบริเวณหน้าผาสูงกว่า 4 ชั้น จนเห็นเป็นภาพของน้ำตกที่งดงาม เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวบนเกาะช้างที่คนรักธรรมชาติไม่ควรพลาด เรียกว่านอกจากจะได้มาชมทะเลสีฟ้าครามสวย ๆ แล้วยังได้มานั่งเล่นน้ำเย็น ๆ พร้อมสัมผัสไปกับวิวน้ำตกได้ตามอัธยาศัยอีกด้วย

13. เกาะไม้ซี้

เกาะไม้ซี้
เกาะไม้ซี้

เดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวตราดที่คุณห้ามพลาด นั่นก็คือ “เกาะไม้ซี้” เกาะส่วนตัวเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากมาย รวมถึงยังเงียบสงบจนทำให้คุณสามารถพักผ่อนไปกับธรรมชาติดี ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่ใสสะอาด ชายหาดสีขาวเนียนนุ่ม และแนวปะการังสีสันงดงามทั้งหลายใต้ท้องทะเลก็มีให้คุณที่เกาะแห่งนี้ หากใครอยากมาท่องเที่ยวทะเลแบบเงียบ ๆ ไม่วุ่นวายมากนัก เกาะไม้ซี้แห่งนี้คือที่เที่ยวตราดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคุณได้เป็นอย่างดี

14. เกาะกระดาด

เกาะกระดาด

นับได้ว่าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กตราดที่ไม่ว่าใครเดินทางมาเที่ยวเมืองตราดก็ต้องมา นั่นก็คือ “เกาะกระดาด” แหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และความสวยงามของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอย่างฝูงสัตว์น้ำน่ารักต่าง ๆ ให้เหล่านักท่องเที่ยวได้มาดำน้ำและชื่นชมกันได้อย่างเพลิดเพลินใจ ซึ่งขอแนะนำเลยว่าเกาะแห่งนี้ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว จึงทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในตัวเมืองและผู้ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรม ดังนั้นหากใครจะเดินทางมาก็สามารถซื้อแพคเกจทัวร์แบบ One Day Trip ได้เลย รับรองว่าคุ้มสุด ๆ

15. เกาะหวาย

เกาะหวาย
เกาะหวาย

เกาะหวาย” เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวตราดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก สถานที่แห่งนี้เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูง เหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อน ฟังเสียงคลื่นกระทบกันไปพร้อมกันการนั่งชิลริมชายหาดอย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งบนเกาะแห่งนี้ยังมีที่พักบังกะโลเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้มาพักกายที่บริเวณริมทะเลได้อย่างผ่อนคลายอารมณ์ และยังสามารถเล่นน้ำทะเลสีเขียวมรกตอันสวยงามได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

16. เกาะง่าม

เกาะง่าม ตราด

“เกาะง่าม” เป็นอีกหนึ่งเกาะสวยของทะเลตราดที่ซ่อนตัวอยู่บริเวณปลายสุดทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะช้าง จุดเด่นของเกาะแก่งนี้คือ ชายหาดสองฝั่งที่มีลักษณะเป็นอ่าวเว้าเข้าหากัน มาพร้อมกับน้ำทะเลสีฟ้าใส, หาดทรายขาวละเอียด, ต้นไม้เขียวขจี และบรรยากาศที่เงียบสงบ ทั้งนี้การจะไปที่เกาะง่ามมีวิธีเดียวคือ ต้องพายเรือคายักจากเกาะช้างไปเท่านั้น ทั้งนี้แม้จะเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย แต่เมื่อพอไปถึงแล้วคุณก็จะพบกับความสวยจนทำให้หายเหนื่อยได้ทันที นับเป็นที่เที่ยวตราดที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ไหน สวยงามและน่าไปเยือนให้ได้สักครั้ง

17. ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว

ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว

เปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลสวย ๆ มาสัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ “ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว” กันบ้าง โดยที่นี่คือชุมชนเก่าแก่ของชาวไทย ชาวจีน และชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาหลายร้อยปี ทำให้มีวัฒนธรรมแบบผสมผสานทั้งทางด้านอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ยังคงไว้ตามวิถีดั้งเดิม ในชุมชนยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้านอีกด้วย เรียกว่าเป็นที่หนึ่งที่เที่ยวตราดที่คนชอบความชิลและสัมผัสชีวิตแบบวิถีคนในพื้นที่ต้องถูกใจอย่างแน่นอน

18. ชุมชนรักษ์คลองบางพระ

“ชุมชนรักษ์คลองบางพระ” อีกหนึ่งที่เที่ยวตราดที่คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้านที่ตั้งรกรากมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แต่เดิมชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญของภูมิภาคแถบนี้ ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาจนกลายเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างที่เห็นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามคนในชุมชนก็ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมเอาไว้ ผสมผสานกับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่มีทั้งคาเฟ่, ร้านอาหาร, ที่พัก และสตรีทอาร์ตสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้มาใช้ชีวิตและสัมผัสกับกลิ่นอายความวินเทจจากวันวาน เรียกได้ว่าเป็นอีกพิกัดของที่เที่ยวตราดที่น่าแวะเวียนไปเช็กอินเป็นอย่างยิ่ง

19. ป่าชายเลน ชุมชนบ้านท่าระแนะ

ป่าชายเลน บ้านท่าระแนะ

เป็นอีกที่เที่ยวตราดสุดอันซีนที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนหลุดไปอยู่ในโลกดึกดำบรรพ์ กับ “ป่าชายเลน ชุมชนบ้านท่าระแนะ” โดยที่เที่ยวตราดแห่งนี้เป็นป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่และมีอายุนับร้อยปี โดยไฮไลต์ของที่นี่คือ รากของต้นตะบูนที่เลื้อยพันกันเป็นลานกว้าง ดูสวยแปลกตาและให้อารมณ์ลึกลับเหมือนในหนังแฟนตาซี นับเป็นความมหัศจรรย์ที่คนรักธรรมชาติต้องไปเห็นให้ได้กับตา นอกจากนี้ทางชุมชนยังมีกิจกรรมล่องเรือเที่ยวชมป่าชายเลนสำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากรับชมที่เที่ยวตราดแห่งนี้แบบใกล้ชิดอีกด้วย

20. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราด

“ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราด” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดตราด ถือเป็นแลนด์มาร์กเมืองตราดที่ต้องมาเยือนถ้าได้เดินทางมาเที่ยวจังหวัดนี้ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบเก๋งจีน ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองที่ชาวตราดและนักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ทุกวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี จะมีการจัดงาน “วันงานพลีเมือง” หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่า “วันเซี่ยกงแซยิด” เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันเกิดของเจ้าพ่อหลักเมืองนั่นเอง

21. วัดบุปผาราม

ใครเป็นสายเข้าวัดทำบุญอย่าลืมไปเที่ยวที่ “วัดบุปผาราม” วัดเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดตราด โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมโบราณวัตถุทรงคุณค่าเอาไว้มากมาย อาทิ พระพุทธรูปหลากหลายปาง,ๆ เครื่องถ้วยจีน, เครื่องถ้วยยุโรป, กลองมโหระทึก รวมถึงยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ภายในอุโบสถให้ชมอีกด้วย คนที่ชอบศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์และชื่นชอบเกี่ยวกับวัตถุโบราณห้ามพลาดที่เที่ยวตราดแห่งนี้

22. น้ำตกคลองแก้ว

ใครอยากเที่ยวชมธรรมชาติจังหวัดตราดแบบจริงจังต้องมาที่ “น้ำตกคลองแก้ว” ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสวยงามและมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยไฮไลต์จะอยู่ที่ชั้น 4 ที่จะมีลานหินขนาดใหญ่เป็นจุดชมวิวมองเห็นตัวอำเภอบ่อไร่ได้ชัดเจน นอกจากนี้ ภายในอุทยานยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และมีลานกางเต็นท์ให้บริการ เรียกว่าเป็นที่เที่ยวตราดสำหรับสายเข้าป่าหาธรรมชาติตัวจริง

23. หาดทรายดำ

หาดทรายดำ

“หาดทรายดำ” อีกหนึ่งที่เที่ยวตราดที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีเพียงหนึ่งเดียวในไทยและน 1 ใน 5 ของโลก จุดเด่นของที่นี่คือ เม็ดทรายสีดำสนิทที่เกิดจากการย่อยสลายตามธรรมชาติของเปลือกหอย, สัตว์ทะเล, เศษกิ่งไม้ใบไม้ ผสมกับแร่ควอตซ์ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเดินเล่นชิล ๆ สัมผัสความละเอียดของเม็ดทรายได้อย่างใกล้ชิด และบริเวณหาดทรายดำยังเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถเดินเที่ยวชมและนั่งเล่นพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยอีกด้วยเช่นกัน

24. ส่วนที่แคบที่สุดในประเทศไทย

จังหวัดตราดยังมีที่เที่ยวที่เป็นที่สุดของประเทศไทยอยู่อีกแห่งคือ “ส่วนที่แคบที่สุดในประเทศไทย” ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท พื้นที่ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ โดยจุดนี้เป็นจุดที่แผ่นดินของประเทศไทยมีความแคบมากที่สุด โดยวัดจากเทือกเขาบรรทัดมาจรดริมทะเลด้านทิศตะวันตกซึ่งจะมีระยะทางเพียง 450 เมตรเท่านั้น ถือเป็นที่เที่ยวตราดอีกแห่งที่น่าไปเช็กอินและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

25. ประภาคารแหลมงอบ

ประภาคารแหลมงอบ

ส่งท้าย 25 ที่เที่ยวตราด กันที่ “ประภาคารแหลมงอบ” แลนด์มาร์กสำคัญที่บ่งบอกถึงเขตสิ้นสุดภาคตะวันออกของไทย ตั้งอยู่ในตัวอำเภอแหลมงอบ ลักษณะเป็นประภาคารสูงสีขาว-แดงรูปทรงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ล้อมรอบด้วยถนนวงเวียน นอกจากนี้ใกล้ ๆ กันยังมีป้ายข้อความ “สุดแผ่นดินตะวันออก” ให้ได้ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกอีกด้วย ถือเป็นทั้งจุดชมวิวและจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตราด

ข้อมูลที่น่าสนใจเมื่อต้องการไปเที่ยวตราด

ตราดเป็นจังหวัดหนึ่งของไทยที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจและสวยงามเป็นจำนวนมาก จึงไม่แปลกที่จะเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวของใครหลายคน ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางไปตราด มีข้อมูลที่ต้องรู้เบื้องต้น ดังนี้

ข้อมูลเมืองตราดในเบื้องต้น

ตราด เป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศไทย มีพื้นที่ 2,819 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศมีความหลากหลายทั้งพื้นที่ราบชายฝั่ง เนินเขาเตี้ย ๆ และภูเขาสูง มีเทือกเขาบรรทัดทอดยาวทางทิศตะวันออกเป็นพรมแดนกั้นประเทศกัมพูชา มีส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทยอยู่ในเขตอำเภอคลองใหญ่ และมีเกาะในทะเลจำนวนมาก โดยเกาะที่ใหญ่ที่สุดคือเกาะช้าง

อาณาเขตติดต่อ ประกอบด้วย

ทิศเหนือ : ติดกับประเทศกัมพูชาและจังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันออก : ติดกับประเทศกัมพูชา
ทิศใต้ : ติดกับทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวันตก : ติดกับจังหวัดจันทบุรี

จังหวัดตราดมีทั้งหมด 7 อำเภอ ประกอบด้วย

อำเภอเมืองตราด
อำเภอคลองใหญ่
อำเภอเขาสมิง
อำเภอบ่อไร่
อำเภอแหลมงอบ
อำเภอเกาะกูด
อำเภอเกาะช้าง

มีอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ตราดถือเป็นจังหวัดท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและแหล่งท่องเที่ยวบนชายฝั่ง นอกจากนี้แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังกระจายตัวอยู่ครบทุกอำเภอ และมีความหลากหลายที่แตกต่างกัน ชวนให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนอีกด้วย

การเดินทางไปท่องเที่ยวตราด

วิธีการเดินทางไปจังหวัดตราดที่สะดวกที่สุดคือ การเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยในจังหวัดตราดมีสนามบิน 2 แห่ง ได้แก่

สนามบินตราด ตั้งอยู่ที่อำเภอเขาสมิง ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 35 กิโลเมตร
สนามบินเกาะไม้ซี้ ซึ่งเป็นสนามบินส่วนตัว

ทั้งนี้มีสายการบินที่ให้บริการไปจังหวัดตราดเพียงสายการบินเดียวคือ Bangkok Airways โดยมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ บินตรงสู่จังหวัดตราดทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง และสามารถขึ้นเครื่องบินได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจนั่งเครื่องบินไปตราด ก็สามารถจองตั๋วผ่านแอปพลิเคชัน Traveloka ได้เลย

การเดินทางภายในประเทศไปยังที่เที่ยวตราด

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดตราดมีด้วยกันหลากหลายวิธี ทั้งนี้คุณสามารถขับรถเที่ยวเองได้อย่างสะดวก รวมถึงข้ามไปเกาะช้างหรือเกาะต่าง ๆ ก็ทำได้อย่างง่ายดายด้วยเรือเฟอร์รี่ แต่ถ้าใครเป็นสายเที่ยวตราดคนเดียวก็สามารถใช้บริการรถประจำทางสาธารณะหรือแท็กซี่ได้

นอกจากนี้หากมากับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวก็สามารถเหมารถตู้รับจ้างพร้อมคนขับให้พานำเที่ยวได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามถ้าอยากสะดวกสบายและเดินทางได้อิสระตามใจ ทางเราขอแนะนำให้เช่ารถยนต์ส่วนบุคคลไปเลยดีที่สุด โดยมีให้บริการทั้งแบบรายวันและรายสัปดาห์

ข้อมูลฤดูกาลสำหรับการท่องเที่ยวตราด

จังหวัดตราดมี 3 ฤดู คือ

ฤดูร้อน : เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษถาคม
ฤดูฝน : เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนพฤศจิกายน
ฤดูหนาว : เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน-กลางเดือนกุมภาพันธ์

ทั้งนี้จังหวัดตราดสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู โดยช่วงที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือช่วง High Season ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–เมษายน โดยช่วงนี้จะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างฤดูหนาวกับฤดูร้อนของประเทศไทยทำให้ เป็นช่วงที่ฝนตกน้อย ทะเลมีคลื่นลมสงบ ไม่มีมรสุมและพายุ สภาพอากาศสดใส และเหมาะกับการมาเที่ยวทะเลที่ตราดมากที่สุดนั่นเอง

ข้อมูล traveloka

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back To Top
+