เที่ยวทะเล เที่ยวป่า ขึ้นเขา ธรรมชาติ เที่ยววัดไทย-ไหว้พระ

20 ที่เที่ยวตรัง สุดปังไม่ไปไม่ได้แล้ว

20 ที่เที่ยวตรังต้องไป

1. หาดปากเมง

หนึ่งหาดที่เดินทางง่ายเพราะอยู่ใกล้จากตัวเมืองเพียงแค่ 35 กิโลเมตร เป็นชายฝั่งทะเลอันดามันซึ่งมีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ถ้ามาหาดนี้ตอนน้ำลงนะ จะได้เห็นชายหาดที่กว้างขวางถึง 500 เมตรเลยจ้า ริมหาดร่มรื่นด้วยแนวต้นสนทะเลที่ยาวต่อเนื่องกันประมาณ 5 กิโลเมตรเชียวละ ไฮไลท์ของหาดนี้ต้องยกให้กับวิวพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นเลยจ้ะ สวยจัดจ้านสะใจ เป็นอีกพิกัดโรแมนติกที่น่าไปเยือนกัน

2. เกาะไหง

เกาะสวยกลางทะเลอันดามันซึ่งอยู่ในบริเวณรอยต่อของจังหวัดกระบี่และตรัง มีทั้งหาดทรายขาวเนียนละเอียดทอดตัวยาวตลอดชายฝั่งและมีน้ำทะเลสีฟ้าใส บนเกาะไหงไม่มีเส้นทางให้รถยนต์แล่นได้ จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศสงบสบายเหมาะกับการมาดื่มด่ำธรรมชาติแบบสุดๆ เลยละ นอกจากความสวยของชายฝั่งแล้วนะ เกาะไหงยังมีไฮไลท์เป็นทรัพยากรใต้น้ำที่เหมาะกับการมาดำทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกได้ทั้งนั้นจ้า คนรักธรรมชาติจองตั๋วเครื่องบิน Traveloka มาได้เลย

3. ถ้ำเขาช้างหาย

ถ้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีเนื้อที่ราว 500 ไร่ มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 150 เมตร ยาวประมาณ 850 เมตรด้วยกัน บริเวณนี้แบ่งออกได้เป็นอีก 6 ถ้ำใหญ่ ซึ่งมีลักษณะภายในที่แตกต่างกัน ชื่อถ้ำก็บอกถึงความกว้างใหญ่อลังการ ทำให้การเข้าชมถ้ำนี้ต้องมีไกด์ท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่นำทางไป โดยจะแบ่งให้เข้าเป็นรอบๆ ซึ่งเราจะได้เข้าไปชมความสวยงามของหินงอกหินย้อยพร้อมกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย เป็นการเที่ยวถ้ำที่บอกได้ว่าเพลิน

4. เกาะลิบง

แม้จะไม่ได้เป็นเกาะที่มีไฮไลท์น่าสนใจเป็นหาดทรายขาวๆ และน้ำทะเลสวยใส แต่เกาะลิบงนั้นก็มีความสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใครเลยจ้า นอกจากจะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังแล้วนะ เกาะลิบงยังเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำให้เกาะนี้เป็นพื้นที่อาศัยสำคัญของสัตว์หายากอย่างพะยูนด้วยจ้า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมงเป็นหลัก บนเกาะนี้จึงหาซีฟู้ดสดๆ ชิมได้ไม่ยากเลยด้วยนะ ช่วงหน้าหนาวยังมีกลุ่มนกอพยพให้ดูกันแบบละลานตา เป็นอีกเกาะที่คนรักวิถีท้องถิ่นต้องมาให้ได้เชียว

5. วังผาเมฆ

ทะเลจังหวัดตรังใครๆ ก็รู้ว่าสวยปังขนาดไหน แต่อีกพิกัดที่สวยไม่แพ้ใครก็คือทะเลหมอกเมืองตรังจ้า แล้วถ้าอยากชมความสวยของหมอกยามเช้าในตรัง ก็ต้องไปที่วังผาเมฆนี่ละ จากด้านล่างต้องเดินขึ้นไปตามเส้นทางบนภูเขาอีก 600 เมตร เส้นทางเดินนั้นไม่ถึงกับยากแต่อยากบอกว่าความชันนั้นถือว่าใช้ได้ ที่สำคัญคือต้องพกไฟฉายไปด้วยน้า การขึ้นวังผาเมฆต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วยจ้าเพื่อความปลอดภัย อยากเห็นกับตาว่าทะเลหมอกเมืองตรังนั้นสวยแค่ไหน ต้องจองตั๋วเครื่องบิน Traveloka แล้วไปโดนซักที!

6. หาดเจ้าไหม

ใครอยากชมวิวชายหาดหรือเล่นน้ำทะเลแบบไม่ต้องเดินทางไกล แนะนำหาดเจ้าไหมเลยจ้ะ นอกจากจะเป็นชายหาดที่มีน้ำทะเลใสๆ และมีเม็ดทรายเล็กละเอียดนุ่มเท้าแล้วนะ ที่นี่ยังมีบริเวณชายหาดกว้างและค่อนข้างตื้นด้วยจ้า จากบริเวณหาด มองไปด้านหน้าจะเจอกับวิวเกาะแก่งต่างๆ มากมาย ส่วนด้านหลังก็เป็นทิวสนยาวร่มรื่นให้เราได้ใช้หลบแดดกัน หาดเจ้าไหมนั้นเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยไม่แพ้ที่ไหน ที่เริ่ดก็คือทางอุทยานฯ เค้าเปิดให้เข้าไปกางเต็นท์ริมหาดกันได้ด้วยนะ ใครอยากได้บ้านพักเค้าก็มีให้บริการจ้า เป็นอีกพิกัดที่น่ามาเช็คอินสุดๆ เชียว

7. สถานีรถไฟกันตัง

นี่คือสถานีรถไฟสถานีสุดท้ายของทางรถไฟสายใต้ทางฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเปิดใช้งานกันตั้งแต่ พ.ศ.2456 โน่นเลยจ้า อายุอานามก็กว่าร้อยปีเข้าไปแล้วนะ ความโดดเด่นของสถานีนี้ต้องยกให้กับตัวอาคารสถานีและชานชาลาที่สวยคลาสสิกสุดๆ เลยละ เพราะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาทาสีเหลืองมัสตาร์ดตัดกับสีน้ำตาลสวยสะดุดตา มีการตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยไม้ฉลุลวดลายงดงามตามแบบที่ได้รับความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 6 จ้า ถึงไม่ได้นั่งรถไฟ แต่แวะมาถ่ายรูปก็สวยได้ใจเลยนะ เดินทางง่ายเพราะอยู่กลางใจเมืองเลยจ้ะ อย่าลืมแวะมาเช็คอินกัน

8. เกาะกระดาน

หนึ่งในพิกัดที่คนรักทะเลไม่ควรพลาด เพราะนี่คือเกาะซึ่งมีบริเวณชายหาดสวยที่สุดของเมืองตรังเค้าเลยจ้า เกาะนี้จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรอันโด่งดังที่เราคุ้นหูกันดี และยังมีหน้าหาดที่ใช้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยที่สุดจุดหนึ่งเลยด้วยนะ เกาะกระดานนั้นขึ้นชื่อในเรื่องความสวยของหาดทรายที่ขาวสะอาด มีเม็ดทรายเล็กละเอียดเดินสบายเท้า แถมยังมีน้ำทะเลสีฟ้าใสไล่โทนสวยสะดุดตา ปิดท้ายกันที่โลกใต้ทะเลซึ่งเต็มไปด้วยฝูงปลาและบรรดาปะการังสารพัดรูปแบบเลยละ นี่จึงเป็นพิกัดที่สวยทั้งบนบกและใต้น้ำเลยจ้า คนรักทะเลอย่าพลาดเชียว

9. เขาจมป่า

ถ้าอยากเปลี่ยนอารมณ์จากการชมทะเลสวยๆ ของเมืองตรัง มาเป็นการท่องเที่ยวแนวผจญภัยเพื่อขึ้นไปชมวิวสุดปังบนยอดเขากันบ้างนะ แนะนำว่าเขาจมป่าคือดี! เพราะที่นี่เราจะได้ท่องเที่ยวกับไกด์ท้องถิ่นในบรรยากาศสบายๆ ได้ล่องเรือชมป่าโกงกางซึ่งมีความกว้างของพื้นที่ราวๆ 3,200 ไร่ ก่อนจะไปไต่เขาความสูง 84 เมตรจากระดับน้ำทะเล เพื่อขึ้นไปชมวิวมุมสูงแบบ 360 องศาของพื้นที่ป่ารอบๆ ซึ่งมีคลองไหลตัดผ่านสวยแปลกตา ใครรักความแอดเวนเจอร์อยากให้มาลอง

10. เกาะมุก

อีกหนึ่งเกาะสวยของเมืองตรังซึ่งมีสองอารมณ์ให้ได้สัมผัสกัน เพราะบนเกาะมุกนั้นมีทั้งรีสอร์ทซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยความหรูหราสะดวกสบาย ในขณะที่อีกส่วนนั้นเป็นหมู่บ้านชาวประมงท้องถิ่นซึ่งยังคงดำรงชีวิตในวิถีที่เรียบง่าย และมีที่พักราคาสบายกระเป๋าหลากหลายสไตล์ให้ได้ใช้บริการกัน เกาะมุกนั้นเป็นเกาะที่มีชายหาดกว้างและน้ำทะเลสวยใส มีบรรยากาศสงบสบายไม่พลุกพล่าน ใต้ทะเลรอบด้านยังมีปะการังและเหล่าสัตว์น้ำที่สมบูรณ์หลากหลายสายพันธุ์ เป็นอีกเกาะที่ควรปักหมุดมาเยือนกันให้ได้เลย

11. ถ้ำเลเขากอบ

สายมุด สายย่อ ขอเชิญทางนี้จ้า เพราะนี่คือพิกัดท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ที่รับประกันเลยว่าสะใจ! ถ้ำเลเขากอบนั้นเป็นถ้ำที่มีสายน้ำลอดผ่านจึงต้องใช้เรือในการเข้าไปชมกัน ช่วงแรกนั้นจะแบ่งเป็นโถงต่างๆ ซึ่งมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามให้เราได้แวะขึ้นไปดู ส่วนช่วงหลังของการล่องเรือนั้นคือช่วงเวลาที่แสนจะเร้าใจ เพราะเป็นส่วนที่เพดานถ้ำต่ำจนแทบจะติดท้องเรือกันไปเลยจ้า ส่วนนี้มีระยะทางประมาณ 800 เมตร โดยมีคอนเซ็ปท์เก๋ๆ ที่เรียกว่าเป็นการลอดท้องมังกรเพื่อความเป็นมงคลนะ ตลอดทางเราต้องนอนราบไปกับเรือให้แบนที่สุดเลยละ ต้องไปโดนกันด้วยตัวเองจ้ะ บอกเลยว่า Unseen!

12. ย่านเมืองเก่าตรัง

โซนเมืองเก่าของตรังนั้นเป็นอีกพิกัดที่ไม่อยากให้พลาดไป เพราะเป็นย่านที่มีความสวยของตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีสให้ชมกัน หลายจุดนั้นยังมีสตรีทอาร์ตเท่ๆ ให้แวะแชะรูปแบบเก๋ๆ กันได้ด้วยนะ รอบๆ ย่านนี้ยังมีร้านอาหารท้องถิ่นให้ชิมกันเยอะเลยด้วยจ้า โดยเฉพาะบรรดาติ่มซำในยามเช้ารวมถึงหมูย่างเมืองตรังซึ่งเป็นของต้องห้ามพลาดเลยเชียวละ จะเดินเล่นแวะชม ชิม แชะไปเรื่อยๆ ก็เพลินดีนะ หรือจะนั่งรถตุ๊กๆ หัวกบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของเมืองนี้ไปเที่ยวรอบๆ กันก็เริ่ดจ้า เลือกจองตั๋วเครื่องบิน Traveloka มาชิลล์กันได้เลย

13. เกาะเหลาเหลียง

ใครชอบบรรยากาศสงบสบาย ลองเก็บเกาะนี้เอาไว้เป็นตัวเลือกหนึ่งก็ดีนะ เพราะนี่คืออดีตเกาะซึ่งปิดตายจากโลกภายนอกเนื่องจากเคยเป็นส่วนหนึ่งของสัปทานรังนกนั่นเองจ้ะ และเมื่อที่นี่เปิดให้เที่ยวกันได้ เกาะเหลาเหลียงจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเกาะซึ่งมีธรรมชาติสวยสมบูรณ์สุดๆ เลยละ ไม่ว่าจะเป็นบรรดาต้นไม้เขียวขจีบนภูเขาหินปูนน้อยใหญ่ น้ำทะเลสวยใส และโลกใต้ทะเลที่งดงามน่าประทับใจ อยากปีนผา ดำน้ำ หรือพายคายัค ที่นี่ก็มีให้จัดกันได้ เป็นอีกพิกัดที่อยากให้สายกิจกรรมปักหมุดดู

14. น้ำตกพ่าน

ใครชอบบรรยากาศเขียวๆ ของผืนป่าน่าจะถูกใจที่นี่ เพราะเป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่อุทยานกว่าร้อยไร่ ตัวน้ำตกนั้นแบ่งออกได้ประมาณ 10 ชั้น ไล่เรียงกันลงมาบนความสูงกว่า 50 เมตร ซึ่งมีข้อดีตรงที่แต่ละชั้นนั้นมีความสูงไม่มากนัก ทำให้น้ำไม่ลึกมากและเหมาะกับการมาลงเล่นกัน และยังทำให้กระแสน้ำในแต่ละชั้นนั้นไม่รุนแรงจนเกินไป อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ก็คงเป็นสายน้ำสีฟ้าใสสะอาด ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่น้ำไม่แรงมากก็ยิ่งสวยนะ เดินทางง่ายเพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 40 กิโลเมตรเท่านั้นจ้า สายเขียวต้องมาแล้วละ

15. ถ้ำมรกต

อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของเมืองตรังซึ่งเรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นถ้ำกลางทะเลซึ่งเป็นอีกพิกัด Unseen ของเมืองนี้เลยละ การไปชมถ้ำมรกตนั้นต้องใช้การลอยคอบนผิวน้ำแล้วค่อยๆ เกาะเชือกตามกันลอดใต้ถ้ำเข้าไป การมาเที่ยวที่นี่จึงต้องใช้ผู้นำทางซึ่งมีความรู้เรื่องน้ำขึ้นน้ำลงกันเป็นอย่างดี ระหว่างลอดนั้นจะเห็นผิวน้ำเป็นสีเขียวมรกตสวยใส เมื่อพ้นถ้ำกลางทะเลความยาว 80 เมตรเข้าไปด้านใน เราก็จะได้เจอกับหาดลับขนาดไม่ใหญ่ที่แวดล้อมไปด้วยหน้าผา เป็นพิกัดที่บอกเลยว่าทั้งสวยทั้งน่าอัศจรรย์เลยเชียว

16. คริสตจักรตรัง

พิกัดถ่ายรูปสุดปังใจกลางตัวเมืองซึ่งอยากชวนให้แวะไป ที่นี่เป็นโบสถ์คริสต์สีเหลืองสดใสในไซส์ไม่ใหญ่นัก แต่มีมุมเก๋ๆ ที่น่าแวะไปปักหมุดใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายรูปกันเพียบเลยจ้า โบสถ์หลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1915 ซึ่งมาถึงวันนี้ก็มีอายุกว่าร้อยปีเข้าไปแล้วละ ใครอยากได้รูปเช็คอินฮิปๆ แวะมาที่นี่ได้เลยจ้า เลือกมุมให้เหมาะนะ รับรองว่าเหมือนไปเที่ยวเมืองนอกมาแน่นอน

17. เกาะเชือก

แม้จะไม่ได้เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวๆ ให้ได้ไปเดินเล่นหรือโพสต์ท่าเริ่ดๆ พร้อมชุดว่ายน้ำตัวเก่งเหมือนเกาะอื่นทั่วไป แต่เกาะเชือกนั้นเป็นอีกหนึ่งในพิกัดดำน้ำที่พลาดไม่ได้จ้า ตัวเกาะอยู่ระหว่างเกาะมุกกับเกาะไหง และเป็นเกาะที่มีผาหินสูงตระหง่านโดดเด่นสะดุดตา ไฮไลท์ของที่นี่นั้นอยู่ที่ความงดงามตระการตาของโลกใต้น้ำซึ่งเต็มไปด้วยสีสันของเหล่าพืชพรรณและสัตว์ทะเลมากมาย ใครเป็นสายดำน้ำพลาดที่นี่ไม่ได้เลย

18. อ่าวบุญคง

อ่าวสวยกว้างขวางซึ่งรอบล้อมไปด้วยทิวเขาหินปูนขนาดใหญ่ ที่สามารถเข้ามาถึงได้ด้วยเรือเท่านั้น บริเวณอ่าวนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งหญ้าทะเลที่สมบูรณ์สุดๆ ของเมืองตรังเค้าละ นอกจากนั้นยังมีภาพเขียนสียุคโบราณอายุประมาณ 2,000 – 3,000 ปีให้ชมกันด้วยจ้า จะเช่าเรือมาล่องชมวิวกันสบายๆ หรือจะมาพายคายัคเที่ยวกันก็ได้นะ เลือกเอาเลยจ้ะว่าถูกจริตกับวิธีไหน

19. สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย

เป็นพิกัดที่สายเขียวพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงจ้า เพราะนี่คือพื้นที่ป่ากว้างกว่า 2,600 ไร่ ที่ด้านในนั้นมีทั้งป่าดิบชื้น ป่าพรุ และเนินเขาเตี้ยๆ ให้ได้ศึกษากัน ในสวนนั้นแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ตามกลุ่มสายพันธุ์ของต้นไม้ นอกจากนั้นยังมีสะพานเรือนยอดไม้ที่ยาวประมาณ 175 เมตร และสูงจากพื้นราวๆ 18 เมตรเป็นไฮไลท์ ให้เราได้เดินเล่นบนความสูงระดับเดียวกับยอดไม้เพื่อชมบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ซึ่งอยู่ในบริเวณนี้ เชื่อว่าสำหรับใครที่เป็นคนรักธรรมชาติ ป่าเขา และต้นไม้ น่าจะเดินชมกันได้เป็นวันเลยเชียวละ ปักหมุดไว้เลยจ้า เป็นอีกพิกัดที่คนรักธรรมชาติต้องไปจัดกัน

20. เกาะสุกร

แม้จะชื่อเกาะสุกร แต่บนเกาะนี้ก็ปลอดสุกรแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะ เพราะประชากรบนเกาะส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาอิสลามจ้า เกาะนี้เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวในบรรยากาศสไตล์ท้องถิ่น มีความสุขกับการได้กินและได้ชมสิ่งต่างๆ ตามแบบวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่นี่จึงเหมาะกับการมาแวะนอนโฮมสเตย์และทำกิจกรรมกับผู้คนในท้องถิ่น จะมาปั่นจักรยานเล่นชมบรรยากาศรอบเกาะกันก็ได้ หรือจะมานอนพักกายพักใจชมความสวยของธรรมชาติริมหาดแสนสงบก็เพลินจ้ะ ใครชอบแนวนี้รีบมาให้ไว

และนี่คือไฮไลท์เด็ดๆ ในเมืองตรังที่น่าสนใจ และเป็นพิกัดที่อยากให้ลองไปปักหมุดเที่ยวกัน ด้วยบรรยากาศและรูปแบบที่หลากหลาย เชื่อว่าต้องมีซักสองสามแห่งที่โดนใจถูกจริตคุณบ้างน่า เลือกพิกัดที่อยากไปแล้วจองตั๋วเครื่องบิน Traveloka กันไว้ได้เลยนะ ซัมเมอร์นี้เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้วจ้า รีบมาเช็คอินเมืองตรังกัน

ข้อมูล traveloka

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back To Top
+